หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ นำ 3 ...

พิพัฒน์ นำ 3 รมช.ใหม่ เข้าคมนาคมวันแรก ลุยต่อรฟฟ. 40 บาท-แลนด์บริดจ์-พระราม 2 จบปีนี้แน่

7.04.26 | 11:59 น.

พิพัฒน์ พร้อม 3 รมช.ลูกเทพ เข้า ก.คมนาคมวันแรก ลุยต่อ รฟฟ. 40 บาท-แลนด์บริดจ์-จบพระราม 2

เมื่อเวลา 08.19 น. วันที่ 7 เมษายน ที่กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงคมนาคมเป็นวันแรก

นายพิพัฒน์เปิดเผยว่า รัฐบาลต้องเร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่ภาวะปกติ โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้นในระดับโลก ซึ่งไม่ได้กระทบเฉพาะประเทศไทย แต่ส่งผลกระทบต่อทุกประเทศแตกต่างกันไป ทั้งนี้ พลังงานถือเป็นปัจจัยหลักของการดำรงชีวิตและการพัฒนาประเทศ กระทรวงคมนาคมจึงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา โดยต้องอาศัยพลังงานเป็นตัวขับเคลื่อน ย้ำว่าขณะนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาเสวยสุข แต่เป็นช่วงที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมแรงร่วมใจกันเดินหน้าทำงานตามนโยบายที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อบูรณาการการทำงานร่วมกับทุกกระทรวงอย่างเร่งด่วน

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า สำหรับนโยบายเรือธง ค่าโดยสารรถไฟฟ้า 40 บาท กระทรวงคมนาคมเตรียมผลักดัน พ.ร.บ.ตั๋วร่วม ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาแล้ว เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางทั้งระบบราง-รถ-เรือ โดยจะยึดนโยบายค่าโดยสารร่วม 40 บาท (รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดงดำเนินการแล้ว) ส่วนจะขยายไปยังรถไฟฟ้าสายสีอื่น หรือแบ่งโซนอย่างไรนั้น อยู่ระหว่างการศึกษาให้คุ้มค่าที่สุด

ในส่วนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการสนามบินอู่ตะเภา นายพิพัฒน์ย้ำชัดว่า ไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ เนื่องจากได้ผ่านกระบวนการประมูลและลงนามสัญญาอย่างถูกต้องแล้ว หากมีการแก้ไขอาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมาย โดยรัฐบาลจะมุ่งเน้นการเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการและสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เช่น ศูนย์กีฬาสมบูรณ์แบบ ศูนย์ความบันเทิงครบวงจร (ไม่มีกาสิโน) และสวนสนุก เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและเพิ่มการใช้บริการสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างการจ้างงานในระยะยาว

Advertisement

นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลยืนยันเดินหน้าต่อ เนื่องจากเป็นโครงการที่มีศักยภาพในการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง ระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก โดยจะช่วยสร้างงานและเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจจำนวนมาก และเป็นโครงการที่ได้ศึกษามาอย่างดีแล้ว ว่ามีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว

นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ยืนยันว่าการก่อสร้างจะเสร็จสมบูรณ์ ภายในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 และสามารถเปิดให้บริการได้อย่างเป็นทางการภายในปี 2569 และสำหรับขอบเขตการงานที่จะแล้วเสร็จนั้น ครอบคลุมการคืนผิวการจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติทั้งหมด ตลอดเส้นทางไปจนถึงช่วง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทสาคร รวมถึงจุดเชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษ (ทางด่วน)