หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกนัฏ นั่งหั...

เอกนัฏ นั่งหัวโต๊ะกบง. มีมติลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ทั้ง B7-B20 ประกาศราชกิจจาฯ วันนี้ ก่อนประชุมกบน.หั่นราคาหน้าปั๊มต่อ

8.04.26 | 06:20 น.

เอกนัฏ นั่งหัวโต๊ะกบง. มีมติลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น 2 บาท/ลิตร ทั้ง B7-B20 ประกาศราชกิจจาฯ วันนี้ ก่อนประชุมกบน.หั่นราคาหน้าปั๊มต่อ

เมื่อวันที่ 8 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) นัดแรก เมื่อช่วงเช้าวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา โดยมีตัวแทน 6 โรงกลั่น เข้าร่วม ไทยออยล์, ไออาร์พีซี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง, บางจาก คอร์ปอเรชั่น และเอสโซ่ (ประเทศไทย) จากนั้นช่วงบ่ายจึงประชุมกบง.ต่อ โดยที่ประชุมกบง.มีมติ ลดราคาหน้าโรงกลั่นลงในอัตรา 2 บาทต่อลิตร ในส่วนของน้ำมันดีเซล ทั้งดีเซลบี 7 และดีเซล 20 ส่วนกลุ่มเบนซินคงเดิม

โดยอัตรา 2 บาทต่อลิตร พิจารณาจากค่าการกลั่นเดือนมีนาคม 2569 ที่อยู่ระดับ 7 บาท เนื่องจากการซื้อน้ำมันดิบจะมีต้นทุนเพิ่ม มีค่าการประกัน มีการช่วงชิงเส้นทางขนส่งใหม่ จึงเพิ่มขึ้น 3 บาท เกิดส่วนต่าง 2 บาท จึงเป็นฐานในการลด 2 บาท ส่วนเดือนเมษายนตั้งแต่วันที่ 1-7 เมษายน ค่าการกลั่นระดับสูงเช่นกัน กบง.จะมาพิจารณาดูกันใหม่ เบื้องต้นกบง.จะพิจารณาทุกสัปดาห์นับจากนี้

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ราคาขายปลีกหน้าปั๊มต้องรอ 2 ส่วนคือ ตามมติกบง.ต้องลงราชกิจจาฯ ในวันที่ 8 เมษายน (วันนี้) จากนั้นคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมัน(กบน.) จะพิจารณาส่วนลดประมาณ 2.14 บาท รวมภาษีด้วยในวันเดียวกัน ว่าจะลดหน้าปั๊มอย่างไร คาดว่าจะลดให้กับบี 20 มากกว่าบี 7 คาดราคาใหม่ที่ลดลงจะมีผลวันพรุ่งนี้ หรือ 9เมษายน

นายเอกนัฏ กล่าวว่า อีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า กบง.จะพิจารณาเพิ่ม หากสามารถลดค่าการกลั่นเพิ่มเป็น 3 บาท 4 บาท จะพิจารณาทันที เพื่อให้มีต่อหน้าปั๊มเพิ่ม หรือนำมาดลดภาระกองทุนน้ำมันเพิ่มเติมได้ โดยการลดราคาครั้งนี้ ในฐานะประธานกบง. ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 หารือกฤษฏีกาแล้ว หากโรงกลั่นไม่ปฏิบัติตามจะมีความผิด โดยการพิจารณายึดจากข้อมูลทุกส่วน เชื่อว่าโรงกลั่นยังมีกำไรแต่แค่ลดลง ถ้ามีปัญหาให้มาคุยกับปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)

นายเอกนัฏ กล่าวว่า ส่วนกรณีการขอรับบริจาคกำไรส่วนเกินจากโรงกลั่นนั้นมองว่า ประเทศไทยไม่ใช่รัฐอนาถา ที่จะรับบริจาค อยากให้โรงกลั่นแสดงความรับผิดชอบ เพราะหากใน 6 โรงกลั่น มี 3 โรงช่วย อีก 3 โรงไม่ช่วย ไม่สนใจใยดี สุดท้ายก็ไม่เป็นธรรมกับคนช่วย ดังนั้นจะใช้วิธีทุกโรงต้องปฏิบัติตามเท่าเทียมกัน

Advertisement

นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ภายในวันที่ 20 เมษายนนี้ คุยกับสถานีบริการ จะเร่งเปิดหัวจ่าย B20 ให้เพียงพอบนถนนสายหลัก ถนนเมน 1 หลักทุก 100 กิโลเมตร รวมประมาณ 100 ปั๊ม และจากนั้นเปิดหัวจ่าย B20 บนถนนเส้นหลักที่มีตัวเลข 2 หลัก ให้มีปริมาณเพียงพอทุก 100 กิโลเมตรให้เร็วที่สุด

“ส่วนนี้จะได้รับส่วนลด 2 เด้ง ตอนนี้จะพิจารณาลดค่าการกลั่นสำหรับไบโอดีเซล และส่วนที่เป็นไบโอดีเซล B20 กองทุนน้ำมันฯ จะชดเชยมากกว่า B7 เพื่อลดภาระให้กลุ่มขนส่ง รถบรรทุก ซึ่งต้องเร่งเปิดหัวจ่ายให้สถานีบริการมีมากเพียงพอสำหรับการเติม B20 ให้กับกลุ่มรถบรรทุก รถขนส่ง” นายเอกนัฏ กล่าว