ชาวนาโอดเจอกลร้านปุ๋ย เปิดบัญชีขายหลังร้าน บีบให้ซื้อราคาสูง จ่อบุกก.เกษตร ร้องทุกข์ ‘สุริยะ’
เมื่อวันที่ 9 เมษายน นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกชาวนาเกือบทุกจังหวัด ประสบปัญหาหาซื้อปุ๋ยได้ยากขึ้น โดยเจอพฤติกรรมร้านค้าให้ชาวนาแจ้งปริมาณที่จะซื้อ โดยขึ้นเป็นบัญชีชื่อผู้ซื้อไว้กับร้านค้า จากนั้นทางร้านก็จะแจ้งราคาที่สูงขึ้น และขอให้ชาวนายืนยันการซื้อทั้งปริมาณและราคาใหม่ที่แจ้งกลับ อาจเพราะกังวลว่าหากปรับราคาหน้าร้านจะถูกทางการเอาผิด ซึ่งจะเป็นราคาปุ๋ยยูเรียสูงกว่าวางจำหน่ายหน้าร้าน 200-300 บาท บางแห่งสูงขึ้น 400-500 บาทต่อกระสอบ(50กิโลกรัม) สร้างความวิตกให้กับชาวนาที่จะปลูกข้าวรอบใหม่ หลังสงกรานต์ จึงทำให้บางพื้นที่ เตรียมลดพื้นที่ปลูก หรือลดการปลูกข้าวนาปรังรอบใหม่ และนาปี 2569/70 เช่น พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
“เชื่อว่าปริมาณปุ๋ยในประเทศมีสต๊อกเดิมอยู่ เพียงแต่ยังไม่ปล่อยออกมาเท่าที่ควร และถ้าซื้อจะเป็นราคาใหม่ ซึ่งกว่าปุ๋ยลอตใหม่จะวางจำหน่ายก็น่าจะอีก 1-2 เดือนข้างหน้า แต่ไม่รู้ว่าทำไมปุ๋ยหายากขึ้นและราคากระโดด มาก การปลูกข้าวต่อไร่จะใช้ปุ๋ย 1 ลูกหรือลูกครึ่ง ถ้าราคาขึ้นไปมาก บวกกับต้นทุนดีเซลที่อยู่ในทุกขบวนการปลูกและเก็บเกี่ยวสูงขึ้น แต่ราคาข้าวไม่ได้สูงขึ้น ตอนนี้รับทราบจากผู้ส่งออกข้าวว่าข้าวที่ส่งออกไปก่อนหน้ากำลังถูกตีกลับ เพราะปลายทางแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ไหว จะกลายเป็นปัญหาหนักในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า อยากให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน และออกมาพูดให้ชัดเจนว่าปัญหาปุ๋ยจะแก้ไขอย่างไร ให้มั่นใจปริมาณและราคาไม่สูงจนกระทบการเพาะปลูก” นายปราโมทย์ กล่าว
นายปราโมทย์ กล่าวต่อว่า สมาคมจะปรับการเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดย ผ่านหยุดยาวสงกรานต์หรือหลังวันที่ 16-17 เมษายน ตนพร้อมกับกลุ่มชาวนา จะเดินทางไปขอพบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตรง เพื่อพูดคุยสถานการณ์ และยืนยันข้อเสนอที่ชาวนาต้องการให้เร่งแก้ไข คือ ราคาน้ำมันดีเซล ปุ๋ยราคาสูง พันธุ์ข้าวที่ตอบสนองตลาด จัดหาแหล่งน้ำเพียงพอเพาะปลูก และชดเชยราคาข้าวเปลือกไม่ให้ต่ำจนเกินไป

