บางจาก-SPRC โต้ ยันร่วมมือ-ไม่ฟ้องรัฐบาล รีดค่าการกลั่นลดดีเซลป่วน
เมื่อวันที่ 9 เมษายน นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กรรมการที่เป็นผู้บริหารและกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงประเด็นไม่มีตัวแทนผู้บริหารบางจากของบางจากเข้าไปพบ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตามคำเชิญเพื่อหารือเรื่องค่าการกลั่นว่า ตนเองติดภารกิจจึงไม่ได้ไปตามคำเชิญ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ของบางจากไปสแตนบายอยู่ หลังจากนี้จะเข้าไปชี้แจงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าตนเองติดภารกิจจึงไม่ได้เข้าไปร่วมหารือในวันเวลาดังกล่าว หากถามว่าบางจากรู้สึกอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่กับการลดค่าการกลั่นลง 2 บาทตามนโยบายของกระทรวงพลังงาน ต้องเรียนว่าประเทศไทยมีการปันส่วนน้ำมันครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2516 หลังจากนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีก เพราะฉะนั้นจึงหมายความว่าไทยมีระบบสามารถตอบโจทย์กับสถานการณ์ได้ค่อนข้างมาก มาตรการต่างๆ ออกมาเป็นการดูแลประชาชนอยู่แล้ว ตราบใดยังอยู่บนกลไกของตลาด ก็เชื่อว่าน่าจะตอบโจทย์และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานให้กับประเทศ หลายประเทศเริ่มมีกระบวนการปันส่วนน้ำมันแล้ว แต่ไทยยังมีน้ำมันให้ใช้ อีกทั้งราคายังเกือบยถูกที่สุดในภูมิภาค จึงคิดว่าไทยมีระบบกลไกอาจจะซับซ้อน แต่ตอบโจทย์การให้คนไทยมีน้ำมันใช้ในราคาเหมาะสม
วันเดียวกัน บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ออกหนังสือชี้แจงระบุ กรณีที่มีการนำเสนอข่าวและแสดงความคิดเห็นในสื่อบางช่องทาง เกี่ยวกับกรณีมาตรการปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซล และมีการพาดพิงว่าบริษัท SPRC อาจไม่ให้ความร่วมมือ หรืออยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับหน่วยงานภาครัฐนั้นบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ขอเรียนชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้อง และก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณชน บริษัทฯไม่มีการดำเนินการทางกฎหมายและไม่มีการฟ้องร้องหน่วยงานภาครัฐในกรณีนี้แต่อย่างใด บริษัทฯ ยืนยันว่าได้ให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่องเสมอมา ในการหารือและดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศ และบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในช่วงที่สถานการณ์พลังงานมีความผันผวน ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย บริษัทฯดำเนินงานภายใต้กรอบกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล โดยยึดมั่นในความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงความสมดุลของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน บริษัทฯ ขอเน้นย้ำว่า พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการด้านพลังงานของประเทศ และสนับสนุนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม พร้อมทั้งดำเนินการบริหารจัดการธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับความต้องการใช้น้ำมันในประเทศได้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ใช้อำนาจตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 ลุยภารกิจลดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลบี7และบี20 สำเร็จในอัตรา 2 บาทต่อลิตร ในการประชุมกบง. เมื่อวันที่ 7 เมษายนที่ผ่านมา กระทั่งวันที่ 8 เมษายน ราชกิจจานุเบกษา ลงประกาศลดราคาดีเซลลง 2 บาทต่อลิตร และวันเดียวกัน นายเอกนัฏ เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) เพื่อประกาศลดราคาดีเซลรวมภาษีอัตรา 2.14 บาทต่อลิตร มีผลวันนี้(9เมษายน) คิดเป็นวงเงินรวม 4,000-5,000 บาท ทั้งนี้ก่อนการประชุมกบง.ช่วงบ่ายวันที่ 7 เมษายน วันเดียวกันช่วงเช้า นายเอกนัฏได้เชิญตัวแทน 6 โรงกลั่น เข้าร่วม ไทยออยล์, ไออาร์พีซี, พีทีที โกลบอล เคมิคอล, สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง, บางจาก คอร์ปอเรชั่น และเอสโซ่ (ประเทศไทย) เข้าหารือเพื่อสรุปแนวตัวเลขและทางการลดค่าการกลั่นร่วมกัน ในการหารือระหว่างนายเอกนัฏกับนตัวแทนโรงกลั่น พบว่า ไม่มีตัวแทนผู้บริหารของ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) คาดว่าบางจากฯเข้าใจว่าการเรียกหารือนี้ จะเป็นการขอความร่วมมือให้มอบเงินกำไรส่วนเกินของบริษัทเพื่อช่วยเหลือรัฐตามที่ถูกร้องขอ จำเป็นต้องนำเรื่องเข้าหารือและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) หรือผู้ถือหุ้นเสียก่อน ไม่สามารถรับปากโดยพลการได้ จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วม นอกจากนี้มีรายงานระบุว่า บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ซึ่งมีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ได้ส่งซีอีโอเข้าร่วมหารือด้วย แต่หลังการหารือพบว่าบริษัทแม่ไม่สามารถยอมรับการถูกบังคับหักเงิน ทาง SPRC จึงกำลังเตรียมเอกสารเพื่อดำเนินการคัดค้านและอาจถึงขั้นฟ้องร้องรัฐในลำดับต่อไป

