หน้าแรก เศรษฐกิจ ปรับ คนละครึ่...

ปรับ คนละครึ่งพลัส อนุทิน ขยับเป็น ไทยช่วยไทย สุริยะ ดีลซื้อปุ๋ยรัสเซีย 2 ล้านตัน

16.04.26 | 06:35 น.

ปรับคนละครึ่งพลัส ‘อนุทิน’ขยับเป็น’ไทยช่วยไทย’ สุริยะดีลปุ๋ยยูเรียรัสเซีย 2 ล.ตัน ไอเอ็มเอฟลดศก.โลก

เมื่อวันที่ 15 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) คัดค้านนโยบายคนละครึ่ง เนื่องจากไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ว่า คนที่ท้วงติงก็ต้องทำหน้าที่ของเขา แต่รัฐบาลมีหน้าที่ทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขปัญหา และลดความเดือดร้อนให้ประชาชน รัฐบาลจะเปลี่ยนแนวทางไม่ได้ เพราะต้องดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก รับรองว่าเรื่องที่รัฐบาลทำไม่ผิดกฎหมาย และไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ส่วนวิธีการหรือรูปแบบคงไม่สามารถทำให้ทุกคนเข้าใจเหมือนกันได้ การที่ฝ่ายค้านท้วงติงถือเป็นเรื่องธรรมดา

เมื่อถามว่า โครงการคนละครึ่งพลัส จะได้ช่วงไหน และประชาชนจะได้คนละเท่าใด นายอนุทิน กล่าวว่า เร็วที่สุด รัฐบาลเพิ่งบริหารราชการแผ่นดินได้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ทำงานมาโดยตลอด นโยบายต่างๆจะเร่งเป็นรูปธรรม อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัสก็อาจจะเรียกเป็นนโยบายไทยช่วยไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.การคลัง ได้วางรูปแบบไว้แล้ว น่าจะเป็นพลัสมากกว่าคนละครึ่งครั้งที่แล้ว มาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าไฟ 200 หน่วยแรก ไม่ให้เกินหน่วยละ 3 บาท ให้แก่ทุกกลุ่ม ส่วนใครใช้ ไฟเกินก็คิดราคาตามขั้นบันได รวมถึงมาตรการสินค้าไทยช่วยไทย เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกจะออกมามากขึ้น ใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ให้ห้างร้านมาวางสินค้าจำหน่ายแก่ประชาชนมากที่สุด

ด้านนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตนได้พบนายดมิทรี ปาตรูเชฟ รองนายกรัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย และ นายแมกซิม มาโควิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ณ สหพันธรัฐรัสเซีย ได้หารือถึงการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย แจ้งว่าไทยสนใจนำเข้าปุ๋ยยูเรียจากรัสเซีย ขอให้รัสเซียพิจารณาจัดสรรโควต้าแก่ไทยในราคามิตรภาพ ปริมาณ 1-2 ล้านตัน ต่อปี ปุ๋ยชนิดที่ต้องการเป็นแบบเม็ด (Granular) ขนาด 2.5-5 มม. หากรัสเซียเห็นชอบ จะมอบให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ประสานงานกับเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย อำนวยความสะดวกการหารือทางธุรกิจของภาคเอกชนทั้งสองประเทศ (Business matching) เพื่อให้ส่งออกปุ๋ยจากรัสเซียได้ภายในเดือนพฤษภาคม 2569

ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกลดลงเหลือ 2.5% ในปีนี้ ลดลงจาก 3.4% ในปี 2025 ท่ามกลางความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ในการประชุมร่วมของเจ้าหน้าที่การเงินที่กรุงวอชิงตัน IMF ได้นำเสนอ 3 ฉากทัศน์การเติบโต ได้แก่ สถานการณ์อ่อนแอ สถานการณ์แย่ลง และสถานการณ์รุนแรง ปัจจัยหลักขึ้นอยู่ที่ว่าสงครามอิหร่านจะไปในทิศทางใด โลกกำลังเคลื่อนตัวไปสู่สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้น เนื่องจากปัญหาการหยุดชะงักของการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงดำเนินต่อไป

Advertisement

IMF เลือกสถานการณ์ที่ดีที่สุดในสามกรณีมาใช้เป็นพื้นฐานในการ “คาดการณ์อ้างอิง” ในรายงาน World Economic Outlook ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าสงครามจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้น และราคาน้ำมันกลับสู่ระดับปกติในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 แต่เพียงไม่กี่นาทีหลังจากเผยแพร่รายงานดังกล่าว ปิแอร์-โอลิวิเยร์ กูรินชาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวว่า รายงานชิ้นนี้อาจล้าสมัยไปแล้ว และยังไม่มีแนวทางชัดเจนในการยุติความขัดแย้ง ทำให้สถานการณ์ “เลวร้ายที่สุด” ของ IMF มีโอกาสจะเกิดขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“นี่จะเป็นสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก” IMF ระบุและว่า การเติบโตต่ำกว่าระดับนี้เกิดขึ้นเพียง 4 ครั้งตั้งแต่ปี 1980 ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2009 หลังวิกฤตการเงินโลก และปี 2020 ในช่วงการระบาดของโควิด-19 หลายประเทศจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเต็มรูปแบบภายใต้สถานการณ์นี้ และโลกอาจต้องเผชิญความยากลำบากทางเศรษฐกิจมากกว่าปี 2022