หน้าแรก เศรษฐกิจ คน. คุมเข้มลา...

คน. คุมเข้มลานเท-โรงงานสกัด ห้ามกดราคาปาล์มเกษตรกร ชี้บี20 แรงหนุนราคาเพิ่ม

16.04.26 | 10:40 น.

คน.ถกชาวสวนปาล์ม ทบทวนมาตรการ คุมเข้มลานเท–โรงงาน ชี้บี20 แรงหนุนราคาเพิ่ม

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำใันปาล์มในช่วงนี้ มีทิศทางราคาปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง มีปัจจัยจากอุปทานที่เข้าสู่ระบบลดลงชั่วคราวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากลานเท และโรงงานสกัดบางส่วนหยุดดำเนินการ ทำให้ปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดลดลง ขณะที่ความต้องการใช้ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ส่งผลให้ราคามีแนวโน้มขยับตัว

“ความต้องการใช้น้ำมันปาล์มในประเทศยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ส่งผลให้ปริมาณการใช้ CPO เพิ่มจากประมาณ 71,600 ตันต่อเดือน เป็นประมาณ 140,000 ตันต่อเดือน หรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้ระบบสามารถดูดซับผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นแรงหนุนสำคัญต่อระดับราคาในช่วงนี้” นายวิทยากร กล่าว

ทั้งนี้ ราคาผลปาล์มน้ำมัน ณ วันที่ 10 เมษายน 2569 อยู่ที่ 7.00–7.90 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 7.45 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เฉลี่ย 5.95 บาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 25% ขณะที่ราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) อยู่ที่ 40.50–41.00 บาทต่อกิโลกรัม เฉลี่ย 40.75 บาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่เฉลี่ย 35.38 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 15% สะท้อนว่าตลาดยังมีแรงรองรับ และเกษตรกรยังสามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในระดับราคาที่ดี

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ด้านการกำกับดูแลนั้น ภายหลังหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ปลูกปาล์ม ลงพื้นที่ตรวจสอบลานเท และโรงงานสกัดทันที เพื่อกำกับดูแลการเปิดรับซื้อให้เป็นปกติและเป็นธรรม ต้องแสดงราคารับซื้ออย่างชัดเจน และห้ามกดราคารับซื้อจากเกษตรกรอย่างเด็ดขาด หากพบการเอาเปรียบจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

Advertisement

“สัปดาห์หน้า กรมการค้าภายใน เตรียมประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการสมดุลน้ำมันปาล์ม ร่วมกับผู้แทนเกษตรกรชาวสวนปาล์ม เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านปริมาณและราคา พร้อมพิจารณามาตรการที่เหมาะสม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเชื่อว่าจากปัจจัยด้านอุปสงค์ และการบริหารจัดการที่เข้มข้น จะช่วยให้ราคาปาล์มมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายวิทยากร กล่าว

นายวิทยากร กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการกำกับการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ยังคงดำเนินการควบคู่กันไป โดยเป็นการบริหารจัดการปริมาณเชิงรุก ผ่านระบบขออนุญาตล่วงหน้า เพื่อให้มีปริมาณเพียงพอกับการใช้ในประเทศเป็นลำดับแรก ก่อนพิจารณาส่งออก ซึ่งไม่ใช่การห้ามส่งออก แต่เป็นการจัดสมดุลการใช้ในภาพรวม โดยการดำเนินการในช่วงนี้ เป็นการดูแลทั้งระบบอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การกำกับการรับซื้อในพื้นที่ ไปจนถึงการบริหารปริมาณ และความต้องการใช้ เพื่อให้ราคาปาล์มอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่อง