หน้าแรก เศรษฐกิจ หนุนภูมิปัญญา...

หนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นอัตลักษณ์ไทย GIT เปิดโครงการ GIT RE WORTH สร้างโอกาสสู่ตลาดโลก

16.04.26 | 17:20 น.

หนุนภูมิปัญญาท้องถิ่นอัตลักษณ์ไทย GIT เปิดโครงการ GIT RE WORTH  สร้างโอกาสสู่ตลาดโลก

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เปิดเผยว่า GIT เปิดตัวโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสินค้าต้นแบบที่มีอัตลักษณ์ (GIT RE WORTH) อย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับวัสดุ ทรัพยากร และทุนทางวัฒนธรรม ผ่านการออกแบบและนวัตกรรมร่วมสมัย ด้วยการส่งเสริมการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นและอัตลักษณ์ไทยมาต่อยอด ผสานกับการใช้วัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาสินค้าต้นแบบที่สามารถต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้อย่างยั่งยืน

“อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย โดยเฉพาะในพื้นที่เชียงใหม่ มีจุดแข็งด้านงานฝีมือที่ประณีตและมีรากฐานทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น GIT จึงมุ่งยกร ะดับศักยภาพผู้ประกอบการ โดยเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมวัสดุทางเลือกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและตอบโจทย์ตลาดโลกในปัจจุบัน” นายสุเมธ กล่าว

นายสุเมธ กล่าวว่า GIT มีแผนขยายการดำเนินโครงการสู่ระดับภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 4 ภาคของประเทศ เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงองค์ความรู้และการพัฒนาอย่างทั่วถึง โดยมุ่งหวังให้เกิดผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หลากหลาย ทั้งในมิติของวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ และการเลือกใช้วัสดุจากทรัพยากรในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญในการสร้างความแตกต่างในตลาดสากล

นายสุเมธ กล่าวว่า สำหรับโครงการนี้ GIT ได้ออกแบบกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นกลไกสนับสนุนและลดข้อจำกัดของผู้ประกอบการอย่างครบวงจร ตั้งแต่กิจกรรมการถ่ายทอดองค์ความรู้ในรูปแบบกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาและต่อยอดแนวคิด การสนับสนุนทุนเพื่อสร้างต้นแบบ จนถึงการเชื่อมโยงสู่เวทีแสดงสินค้า อาทิ Bangkok Gems and Jewelry Fair และ Bangkok Jewelry Week 2026 เพื่อให้ผู้ประกอบการ 10 รายสุดท้ายจากทั่วประเทศ ได้ทดลองตลาดจริงและต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ

Advertisement

นายสุเมธ กล่าวว่า  ภายใต้โครงการ จะมีการจัดการจัดอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้อย่างเข้มข้นให้แก่ช่างฝีมือและผู้ประกอบการ ผ่าน 2 หลักสูตรหลัก ได้แก่ หลักสูตรต่อยอดวัสดุรักษ์โลก สู่จิวเวลรีแห่งอนาคต (Eco & Alternative Materials) โดยมีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาร่วมให้ความรู้ ทั้งในด้านการนำทุนวัฒนธรรมมาออกแบบเครื่องประดับร่วมสมัย การสร้างเรื่องราวให้กับแบรนด์ (Brand Story Building) ตลอดจนกลยุทธ์การตลาดและการจัดแสดงสินค้า (Visual Merchandising) หลักสูตรจับคู่สร้างสรรค์ ผสานวัสดุสุดล้ำ (Track B Collaboration & Combination) เน้นการทำเวิร์กชอปร่วมสร้างสรรค์ (Co-Creation) ผสมผสานแนวคิดงานคราฟต์และการผสานวัสดุสู่แนวคิดต้นแบบ โดยทีมคณาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง สมัครได้ที่ Facebook Page : The Gem and Jewelry Institute of Thailand