เจ้าของค้าส่งค้าปลีกทั่วไทย ขานรับโครงการไทยช่วยไทย จัดพื้นที่ขายเฉพาะ พณ. กำชับ ยี่ปั๊วซ่าปั๊ว อย่าให้ชั้นวางสินค้าว่าง
เมื่อวันที่ 18 เมษายน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กับ ห้างค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ทั่วประเทศ และผู้ผลิต/ผู้จัดจำหน่าย กว่า 20 ราย จัดลดราคาสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน กว่า 3,000 รายการ รวมถึงห้างค้าส่งค้าปลีกในส่วนภูมิภาคทั่วประเทศเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยด้วย ซึ่งลดราคาพิเศษ 20 – 50 เปอร์เซ็นต์ รวมกว่า 1,000 รายการ ทั้งสินค้าอุปโภค อาทิ สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน เป็นต้น สินค้าบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น โดยได้จัดซุ้มจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยเป็นกาลเฉพาะเช่นเดียวกับห้างโมเดิร์นเทรด อีกทั้งจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคประจำถิ่นจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในพื้นที่ในราคาพิเศษด้วย ซึ่งเป็นทั้งการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ยังเป็นช่องทางการกระจายสินค้าให้กับผู้ประกอบการชุมชนและสินค้าโอทอป
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า เพื่อตรวจสอบความคืบหน้าโครงการ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. กรมฯ ได้ลงพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น และ จังหวัดอุดรธานี เพื่อตรวจราคาสินค้าและสถานการณ์การจับจ่ายใช้สอยสินค้าไทยช่วยไทยในส่วนภูมิภาค และพบปะพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะต่างๆ จากผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น เพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น โดยเข้าตรวจที่ บริษัท เกียรติสินโฮลเซล จำกัด ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น เป็นห้างขายส่งสินค้าอุปโภค-บริโภคขนาดใหญ่ เป็นกิจการคนไทย 100 เปอร์เซ็นต์ และเป็นห้างค้าส่งที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงพาณิชย์ มีเครือข่ายเป็นร้านค้าปลีกและร้านโชห่วย ประมาณ 1,200 ร้านค้า ครอบคลุม จ.ขอนแก่น และเป็นห้างที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
“จากการพูดคุยพบว่า ห้างได้นำสินค้าไทยช่วยไทยและสินค้าท้องถิ่นมาจำหน่าย โดยได้จัดซุ้มไทยช่วยไทยขนาดใหญ่เป็นกาลเฉพาะ มีการวางแผนกลยุทธ์ที่เน้นลูกค้าและตลาดในท้องถิ่นเป็นสำคัญ ทำให้ลูกค้าที่เป็นร้านโชห่วยและพี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความพึงพอใจและซื้อสินค้าไทยช่วยไทยอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นพี่เลี้ยงให้ร้านโชห่วยที่เป็นเครือข่าย ทำให้มีลูกค้าที่เป็นร้านค้าปลีกเพิ่มขึ้น โดยมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยจะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแน่นอน” นายพูนพงษ์ กล่าว

หลังจากนั้น ได้เดินทางไป จ.อุดรธานี ตรวจเยี่ยมห้างเซฟมาร์ท (บริษัท อึ้งเซ้งเฮง (1994) จำกัด) ร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบของกระทรวงพาณิชย์ มีร้านค้าปลีกสาขาใน จ.อุดรธานี 12 สาขา และมีสมาชิกเครือข่ายที่เป็นร้านค้าปลีกกว่า 300 ร้านค้า โดยห้างเซฟมาร์ทเป็นร้านที่รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ถือบัตรฯ สามารถนำบัตรฯ มาซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ ที่มีส่วนลดราคาพิเศษ 20 – 50 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ผู้ถือบัตรฯ สามารถเลือกซื้อสินค้าที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวันได้เพิ่มมากขึ้น (ในวงเงินเท่าเดิม) ขณะที่ผู้ที่ไม่มีบัตรฯ ซื้อสินค้าได้เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งพบประชาชนทยอยเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทยต่อเนื่อง และกำชับให้พนักงานของห้างคอยเติมสินค้าตลอด ไม่ให้ชั้นวางสินค้าว่างโดยเด็ดขาด ประชาชนบอกว่าไทยช่วยไทยเป็นสินค้ามีราคาที่ถูกกว่าปกติสูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์
นายพูนพงษ์ กล่าวว่า พร้อมกับตรวจเยี่ยม ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ ภายใต้บริษัท ตั้งงี่สุนซูเปอร์สโตร์ จำกัด อ.เมือง จ.อุดรธานี ร้านรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยผู้ประกอบการบอกว่า ตั้งงี่สุน ซูเปอร์สโตร์ คนในพื้นที่รู้จักเป็นอย่างดี ปกติทางห้างฯ มีการจัดโปรโมชันสินค้าราคาพิเศษอย่างต่อเนื่อง เมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยกับกระทรวงพาณิชย์จึงได้นำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษแบบลดแล้วลดอีก ครั้งแรกที่ได้ยิน ‘ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ’ จากสื่อประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดียของกระทรวงพาณิชย์ รู้สึกสนใจต้องการเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยด้วย เพราะมีความพร้อมในทุกด้าน ที่สำคัญเมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยแล้ว สามารถช่วยลดภาระค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ยิ่งมีความสนใจเป็นพิเศษ เมื่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าชวนเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย จึงตอบรับโดยไม่ลังเล และเมื่อเข้าร่วมจำหน่ายสินค้าแล้ว ยิ่งมั่นใจว่าสินค้าไทยช่วยไทยช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนได้จริง ฉะนั้น ห้างฯ จึงสรรหาสินค้าคุณภาพดีราคาพิเศษเข้ามาเป็นสินค้าไทยช่วยไทย เพื่อให้สินค้าไทยช่วยไทยเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด เพราะมีความผูกพันและรู้จักคนในพื้นที่ รวมถึงร้านค้าโชห่วยรายย่อยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
“ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นเป็นธุรกิจพื้นฐานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศให้เกิดการหมุนเวียน เกิดการจ้างงานในชุมชน เป็น ‘ภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจ’ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นสามารถขับเคลื่อนไปได้ ดังนั้น ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นที่เข้าร่วมจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทยจึงช่วยลดภาระ ลดค่าครองชีพ และเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนในท้องถิ่น ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่มีความผันผวนในปัจจุบัน ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงเป็นภูมิคุ้มกันด้านเศรษฐกิจและเป็นเสาหลักที่สำคัญให้คนในท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี” นายพูนพงษ์ กล่าว
รายงานจาก แพลตฟอร์ม ลาซาด้า ระบุว่า ได้สนับสนุนโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ด้วยสินค้าใน LazMall ภายใต้ร้านของ Lotus’s , Tops , Big C ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะมีการสนับสนุนผ่านคูปองจากแพลตฟอร์ม ทั้งการลดราคาสินค้า และคูปองส่งฟรี โดยแพลตฟอร์มให้ความร่วมมือตลอดระยะเวลาแคมเปญตามแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ และ ลาซาด้า หวังว่าความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ครั้งนี้จะสามารถช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชนและผู้บริโภคในช่วงเวลานี้


