ปล่อยรถพุ่มพวง “ไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ” เริ่ม 28 เม.ย.ทั่วไทย ปุ๋ยธงเขียวนำร่อง 10 จว.
วันที่ 19 เมษายน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการธงฟ้าเยียวยาลดค่าครองชีพประชาชน ในแนวทางกระจายสินค้ารูปแบบตลาดเคลื่อนที่และรถพุ่มพวง เพื่อจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดไปตามชุมชนทั่วประเทศ ว่า ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมผู้ประกอบการและเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งมีเป้าหมาย 3,800 คัน ในส่วนนี้มีทั้งรถโมบายธงฟ้า รถเร่ขายของหรือรถพุ่มพวง และอยู่ในเครือข่ายของกระทรวงพาณิชย์แล้วประมาณ 2,000 คัน โดยผู้ประกอบการที่เข้าโครงการจะได้ความช่วยเหลือค่าน้ำมันเดือนละ 3,000 บาท รวม 2 เดือน และได้ราคาส่วนต่างการจำหน่ายสินค้า ยกตัวอย่าง ไข่ไก่ ราคาขายส่งแผงละ 90 บาท จากราคาตลาดแผงละ 120 บาท แต่ให้รถพุ่มพวงขาย 110 บาท เท่ากับได้ส่วนต่าง 20 บาท เป็นต้น ซึ่งยังมีสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการใช้ในชีวิตประจำวันอีกมากมาย เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสาร น้ำตาล เป็นต้น เบื้องต้นประเมินว่าผู้ค้าที่เข้าโครงการจะมีรายได้เฉลี่ยวันละ 400-500 บาท/คัน โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) จะเป็นคลังเก็บและกระจายสินค้าชั่วคราว(ดีซี) ซึ่งมีสาขาใกล้อำเภอทั่วประเทศ
“เชื่อว่าเป็นโครงการที่จะมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก ได้พูดคุยกับเจ้าของตลาดค้าส่งที่มีสมาชิกรถเร่ แห่งละ 150-300 คัน จะประสานให้รถเร่ที่มารับสินค้าได้สมัครเข้าโครงการด้วย ภายใต้ โครงการไทยช่วยไทยลดค่าครองชีพ รอบนี้ จะรวมทั้งสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องแบบนักเรียน/อุปกรณ์การเรียนการสอน ปุ๋ยธงเขียว/ยาปราบศัตรูพืช โดยนายกรัฐมนตรีจะเปิดตัวโครงการนี้ในวันที่ 28 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล ที่จะมีปล่อยขบวนรถพุ่มพวง และรายการสินค้าราคาประหยัด” นายวิทยากร กล่าว
นายวิทยากร กล่าวว่า สำหรับการดูแลเรื่องปุ๋ยนั้น กรมเตรียมงานปุ๋ยธงเขียวราคาประหยัดพลัส เริ่มใน 10 จังหวัด ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายนถึงเดือนกรกฎาคม 2569 ได้แก่ กำแพงเพชร กาญจบุรี อุทัยธานี ราชบุรี สุโขทัย อุดรธานี ร้อยเอ็ด ขอนแก่น นครราชสีมา และเชียงใหม่ โดยจัดคู่ขนานกับไปงานธงฟ้าราคาประหยัด โดยรัฐช่วยเหลือชดเชยราคปุ๋ยให้เกษตรกรกระสอบละ 300 บาท โดยเบื้องต้นจัดเตรียมประมาณ 10 ล้านกระสอบ และอีกผู้ประกอบการปุ๋ยเตรียมปุ๋ยอีกประมาณ 10 ล้านกระสอบจำหน่ายในราคาถูกลง 50 บาทต่อกระสอบด้วย ทั้งนี้ พืชที่กำลังต้องการใช้ปุ๋ยสูงสำหรับการเพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และมันสำปะหลัง พร้อมกันนี้ ทั้งรัฐและเอกชน ก็เร่งการเจรจานำเข้าปุ๋ยต่อเนื่อง เชื่อว่าจะมีปริมาณนำเข้าไทยต่อเนื่อง
สำหรับข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบพฤติกรรมร้านค้าเปิดขายหลังร้านและใช้วิธีการจองชื่อซื้อล่วงหน้า ในราคาถูกกว่าปกติ นั้นทางกรมฯ ได้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในเชิงลึก ก็อยากให้ผู้เจอพฤติกรรมเอาเปรียบร้องมาที่กรมหรือสายด่วน 1569 เพื่อตรวจสอบและเอาผิดตามกฎหมาย
” ปริมาณนั้นมีหลายกระทรวงช่วยกันเจรจาซื้อจากทุกประเทศ ส่วนราคากรมฯมีแผนกำกับสำหรับล็อตใหม่ที่จะมีการนำเข้าจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนแท้จริง และไม่เป็นการเอาเปรียบเกษตรกร เช่นเดียวกับการดูแลเรื่องปาล์มน้ำมัน และเม็ดพลาสติก ที่ต้นสัปดาห์นี้ ได้หารือกับผู้ประกอบการสินค้าทั้งสองประเภท อย่างเม็ดพลาสติก ซึ่งยังพบประเด็นทางเทคนิกก่อนใช้มาตรการควบคุม ทั้งรายงานสินค้านั้น อะไรใช้จำนวนมาก และราคาสูงเกินควร ก็จะเข้าไปดูแล ส่วนรายการใดที่ใช้วัตถุดิบในประเทศหรือวัตถุดิบรีไซเคิล ราคาต้นทุนผลิตก็ไม่น่าจะเท่ากับสินค้าที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า ราคาขายก็ไม่ควรเท่ากัน และจะขอให้ตรึงราคา ส่วนปาล์ม กำลังตรวจสอบความสมดุลปริมาณการใช้ผลิตดีเซลบี7 และ บี20 นั้น ใช้ปริมาณเท่าไหร่ โดยตั้งแต่ 20 เมษายนนี้ ดีเซลบี20 จะมีการเพิ่มจำนวนปั๊มจาก 100 แห่ง เป็น 200 แห่ง ก็ต้องติดตามจากนั้น ถึงความต้องการ และสต๊อกปาล์มด้วย สำหรับการส่งออกน้ำมันปาล์มยังไม่ได้ห้ามเพียงผู้ส่งออกต้องแจงก่อนส่งออก อย่างไรก็ตาม ตอนนี้การส่งออกอาจไม่สูงเพราะปาล์มในประเทศคู่แข่งมีมากและราคาต่ำกว่าไทย ” นายวิทยากร กล่าว

