กรมทรัพย์สินทางปัญญา โชว์ยอดรับจดทะเบียน 3 เดือนโต10.23% สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์พุ่ง60% เตรียมมาตรการช่วยลดภาระธุรกิจ
วันที่ 20 เมษายน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา(ทป.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ช่วง 3 เดือนแรกปี 2569 มีสถิติยื่นคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา รวม 18,780 คำขอ เพิ่มขึ้น 6.39% เทียบช่วงเดียวกันปี 2568 ที่มี 17,652 คำขอ ขณะที่สถิติรับจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ช่วง 3 เดือนแรกเพิ่มขึ้นทุกประเภท รวม 15,323 ฉบับ/รายการ เพิ่ม 10.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อนอยู่ที่ 13,901 ฉบับ/รายการ) สำหรับลิขสิทธิ แม้จะเป็นทรัพย์สินทางปัญญาเพียงประเภทเดียวที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่เจ้าของผลงานสามารถยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิไว้กับกรมได้ โดย 3 เดือนแรกปี 2569มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ 4,117 รายการ เพิ่ม 7.86% เทียบปีก่อนอยู่ที่ 3,817 รายการ โดยมีรายละเอียดดังนี้
1.เครื่องหมายการค้า 3 เดือนแรก มีการยื่นคำขอ 13,743 คำขอ เพิ่ม 6.36% กลุ่มสินค้า/บริการที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริการด้านค้าปลีก การขาย และการตลาด 1,917 คำขอ ยังครองอันดับ 1 ต่อเนื่อง สะท้อนธุรกิจการขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต และการส่งเสริมบริการ Fast Track ด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของกรมฯ 2. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและความงาม 1,788 คำขอ 3. ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอนามัย การรักษาโรค และสมุนไพรที่ใช้ในทางการแพทย์ 1,634 คำขอ สะท้อนเทรนด์การค้าที่มุ่งตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ซึ่งให้ความสำคัญเรื่องการดูแลสุขภาพมากขึ้น 4.เครื่องมือและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 1,567 คำขอ 5.ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช ธัญพืช เครื่องปรุงแต่งกลิ่นและรสอาหาร 1,082 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 54% และต่างชาติ 46%
สำหรับผู้ยื่นคำขอมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. บริษัท เยติ คูลเลอร์, แอลแอลซี ในธุรกิจแก้วน้ำ กระติก และกล่องอุปกรณ์เก็บอุณหภูมิจากสหรัฐ 52 คำขอ 2.บริษัท มาสเตอร์ อโกรเทค จำกัด ในธุรกิจอาหารเสริมพืชและปุ๋ยของไทย 48 คำขอ 3.บริษัท ป๊อป มาร์ท (สิงคโปร์) โฮลดิ้ง พีทีอี.แอลทีดี 47 คำขอ ในธุรกิจอาร์ตทอยจากสิงคโปร์ 4. บริษัท ยูนีซัน จำกัด ในธุรกิจด้านเภสัชภัณฑ์และเคมีภัณฑ์ของไทย 46 คำขอ และ 5.บริษัท คอสมี่ จำกัด ในธุรกิจอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ของไทย 39 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 11,350 เครื่องหมาย เพิ่ม 2.71%
2. สิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 3 เดือนแรกมีการยื่นคำขอ 2,260 คำขอ เพิ่ม 5.21% กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ เช่น ยาเคมีสังเคราะห์ ยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ 262 คำขอ สะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมด้านสุขภาพยังคงเป็นสาขาสำคัญที่มีการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง 2. นวัตกรรมด้านการสื่อสาร เช่น ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย ระบบรับ–ส่งข้อมูลความเร็วสูง และอุปกรณ์สื่อสารอัจฉริยะ 190 คำขอ 3. นวัตกรรมแอนติบอดี้และยาชีววัตถุ เช่น แอนติบอดีเชิงรักษา วัคซีนชีววัตถุ และผลิตภัณฑ์ชีวเภสัชภัณฑ์ 90 คำขอ
4. อุตสาหกรรมแมคโครโมเลกุล เช่น พลาสติก เรซิน พุ่งขึ้นมา ติดอันดับ Top5 เป็นครั้งแรกที่ 52 คำขอ และ 5. เทคโนโลยีชีวภาพที่เกี่ยวกับแอนติบอดีเอนไซม์ 49 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 13% และต่างชาติ 87% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นผู้ยื่นต่างชาติทั้งหมด ได้แก่ 1. บริษัท ควอลคอมม์ อินคอร์ปอเรเต็ด จากสหรัฐอเมริกา 92 คำขอ 2. บริษัท โตโยต้า จิโดชา คาบูชิกิ ไคชา จากญี่ปุ่น 79 คำขอ 3.บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 43 คำขอ 4. บริษัท เจเอฟอี สตีล คอร์ปอเรชั่น จากญี่ปุ่น 32 คำขอ 5.บริษัท เดอะ เคมัวร์ส คอมปะนี เอฟซี, แอลแอลซี จากสหรัฐอเมริกา และบริษัท ซินเจนต้า ครอป โพรเท็คชั่น เอจี จากสวิตเซอร์แลนด์ 24 คำขอเท่ากัน ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ช่วง 3 เดือนแรก อยู่ที่ 1,384 ฉบับ เพิ่ม 17.39%
3. อนุสิทธิบัตร ช่วง 3 เดือนแรก มีการยื่นคำขอ 1,274 คำขอ เพิ่ม 8.24% กลุ่มนวัตกรรมที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อาหารและเครื่องดื่ม ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างที่ 144 คำขอ 2. ยาสมุนไพร 57 คำขอ สะท้อนความสนใจด้านสุขภาพและการนำองค์ความรู้ด้านยาไทยแบบดั้งเดิมมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ 3. อุปกรณ์ทางการแพทย์ ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 โดยมี 53 คำขอ 4. ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ส่งสัญญาณ และการจัดการสารสนเทศ 48 คำขอ และ 5. สารเคมีเกษตรและเคมีภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช 30 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 97% และต่างชาติ 3% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก เป็นสถาบันการศึกษาไทยทั้งหมด ได้แก่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 44 คำขอ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 38 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 32 คำขอ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 29 คำขอ และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 25 คำขอ ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ช่วง 3 เดือนแรก อยู่ที่ 678 ฉบับ เพิ่ม41.84%
4.สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 3 เดือนแรก มีการยื่นคำขอ 1,503 คำขอ เพิ่ม 6.90% แบบผลิตภัณฑ์ที่มีการยื่นขอรับความคุ้มครองมากที่สุด5 อันดับแรก ได้แก่ 1. ลวดลายผ้า ขยับขึ้นมาจากอันดับ 2 โดยมี 159 คำขอ 2. บรรจุภัณฑ์ 148 คำขอ 3.รถยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ขยับขึ้นมาจากอันดับ 4 โดยมี 118 คำขอ 4. เครื่องประดับ 110 คำขอ และ 5. อุปกรณ์ก่อสร้าง 105 คำขอ โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นคำขอ คนไทย 60% และต่างชาติ 40% สำหรับผู้ยื่นคำขอมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บริษัท บีอีจีเอ กันเทนบริงค์-ลอยช์เทน เคจี ในธุรกิจอุปกรณ์ให้แสงสว่างจากเยอรมนี พุ่งขึ้นมาติดอันดับ 1ที่ 49 คำขอ มหาวิทยาลัยบูรพา 42 คำขอ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 31 คำขอ บริษัท เอส วินเทค ฟาซาด ดีไซน์ จำกัด ของไทย และบริษัท ฮอนดา มอเตอร์ โก., แอลทีดี. จากญี่ปุ่น 24 คำขอเท่ากัน ทั้งนี้ ตัวเลขการจดทะเบียนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ช่วง 3 เดือนแรก อยู่ที่ 1,911 ฉบับ เพิ่ม 60.18%
5.ลิขสิทธิ ช่วง 3 เดือนแรก มีการยื่นแจ้งข้อมูล 4,117 ผลงาน เพิ่ม 7.86% ผลงานที่มีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์มากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.วรรณกรรม เช่น งานนิพนธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1,743 ผลงาน 2. ศิลปกรรม เช่น งานจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ 1,221 ผลงาน 3. ดนตรีกรรม 858 ผลงาน 4. โสตทัศนวัสดุ 211 ผลงาน และ 5. งานอื่นใด เช่น งานทอผ้า งานเย็บปักถักร้อย 38 ผลงาน โดยมีสัดส่วนผู้ยื่นแจ้งข้อมูลผลงานลิขสิทธิ์ คนไทย 99% และต่างชาติ 1%
สำหรับผู้ยื่นแจ้งข้อมูลมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล 117 ผลงาน มหาวิทยาลัยทักษิณ 110 ผลงาน บริษัท ยอวานี จำกัด ของไทย 61 ผลงาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 59 ผลงาน และ นายศุภวุฒิ สูงสว่าง 49 ผลงาน ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ โดยไม่ต้องยื่นจดทะเบียนกับกรม
สถิติดังกล่าวจึงไม่สามารถสะท้อนภาพรวมของงานสร้างสรรค์ไทยได้ทั้งหมด อย่างไรก็ดี กรมจะเดินหน้าส่งเสริมให้ศิลปินนักสร้างสรรค์เห็นความสำคัญของการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรม เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิงเบื้องต้นในการแสดงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท รวมทั้งเป็นช่องทางให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงผลงานและติดต่อขอใช้ประโยชน์งานลิขสิทธิ์นั้นได้ง่ายขึ้น
นางอรมน กล่าวว่า จากสถิติช่วง 3 เดือนแรกเห็นได้ว่าจำนวนคำขอจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการตื่นตัวของผู้ประกอบการและนักสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของเศรษฐกิจการค้ายุคปัจจุบันที่ทรัพย์สินทางปัญญามีบทบาทอย่างยิ่งต่อการสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน สถิติการรับจดทะเบียนที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกประเภททรัพย์สินทางปัญญา ยังสะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานของกรมที่สามารถเร่งรัดกระบวนการพิจารณาคำขอให้มีความรวดเร็วและเชื่อถือได้
โดยมีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น AI มาช่วยสืบค้นข้อมูลจำนวนมากได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ การส่งเสริมบริการ Fast Track เป็นช่องทางพิเศษสำหรับการรับจดทะเบียนนวัตกรรมและผลงานที่มีความจำเป็นและตอบโจทย์ความท้าทายใหม่ ตลอดจนการเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบคำขออย่างต่อเนื่อง เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนักสร้างสรรค์ ได้รับสิทธิความคุ้มครองรวดเร็วขึ้น และนำผลงานทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างทันท่วงที
“ กรมจะเดินหน้ายกระดับบริการด้านการจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการเข้าถึงสิทธิของผู้ประกอบการ สนองต่อนโยบาย 10+
ด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบาย SMEs Plus มุ่งยกระดับขีดความสามารถและสร้างโอกาสทางการค้าให้ผู้ประกอบการไทย และนโยบาย Trade Plusที่มุ่งเสริมสร้างความเชื่อมั่นและเชื่อมไทยสู่เวทีการค้าโลก ซึ่งขณะนี้กรมฯกำลังหารือพันธมิตรและร่วมจัดทำแนวทางช่วยเหลือลดภาระผู้ประกอบการ โดยจะได้ข้อสรุปและเปิดตัวโครงการในเร็วๆนี้ “ นางอรมน กล่าว

