‘Xplorer’ ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติโดยคนไทย
ยกระดับอุตฯปิโตรเลียม-ศักยภาพเทคโนโลยีขั้นสูง
อุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทยในปัจจุบัน พบว่าขั้นตอนการตรวจสอบความสมบูรณ์ของท่อน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล ถือเป็นหนึ่งในภารกิจที่มีต้นทุนสูงและมีความซับซ้อนมากที่สุด
เนื่องจากสภาพแวดล้อมใต้ทะเลลึกมีแรงดันมหาศาล เอื้อต่อการกัดกร่อนสูง อีกทั้งยังมีข้อจำกัดทางฟิสิกส์ที่ทำให้ สัญญาณวิทยุและระบบนำทาง GPS ไม่สามารถใช้งานได้ส่งผลให้การปฏิบัติงานต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเฉพาะทางและกระบวนการที่มีค่าใช้จ่ายสูง
ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมต้องพึ่งพาการใช้ยานใต้น้ำแบบควบคุมระยะไกล หรือ ROV (Remotely Operated Vehicle) ซึ่งต้องใช้สายสัญญาณขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับเรือบนผิวน้ำตลอดการทำงานข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้เรือสนับสนุนขนาดใหญ่ที่มีสมรรถนะสูง (Dynamic Positioning Class 2 – DP2) เพื่อรักษาตำแหน่งเรือไม่ให้เคลื่อนที่ตามคลื่นลมจนสายสัญญาณขาด โดยเฉพาะในขณะทำการใกล้ฐานผลิต ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงาน (OPEX) พุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “Xplorer” ยานใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Autonomous Underwater Vehicle – AUV) จึงถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อปิดข้อจำกัดนี้
‘Xplorer’ นวัตกรรมเรือธงเปลี่ยนโลกใต้ทะเล
ความท้าทายที่อุตสาหกรรมพลังงานทั่วโลกต้องเผชิญมาตลอดหลายทศวรรษ คือสภาพแวดล้อมใต้ทะเลลึกมีทั้งแรงดันมหาศาลและไร้แสงส่องถึง ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยต้องสูญเสียต้นทุนมหาศาลไปกับการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติและกระบวนการทำงานที่ซับซ้อน
ด้วยเหตุนี้ บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ROVULA ในฐานะองค์กรนวัตกรรมไทย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ Subsea IRM (Inspection Repair & Maintenance) ที่ให้บริการเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการสำรวจและซ่อมบำรุงท่อส่งปิโตรเลียมใต้น้ำอย่างครบวงจร ในกลุ่มบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ ARV เครือ ปตท.สผ. จึงตั้งคำถามว่า ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราต้องมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้าน AUV เป็นของตัวเอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานตรวจสอบใต้ทะเลให้มีต้นทุนที่ต่ำลง และสร้างความมั่นคงทางเทคโนโลยีที่สามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อย่างยั่งยืน
เพื่อทลายข้อจำกัดดังกล่าว ROVULA จึงได้ริเริ่มโครงการพัฒนายานใต้น้ำอัตโนมัติ “Xplorer” ฝีมือคนไทยที่ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจสำรวจและตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลโดยเฉพาะ
ตัวยาน Xplorer ถูกออกแบบด้วยวิศวกรรมขั้นสูง มีน้ำหนัก 850 กิโลกรัม ขับเคลื่อนด้วยระบบ 8 ใบพัด สามารถดำน้ำดิ่งลึกได้ถึง 300 เมตร แต่ความโดดเด่นที่แท้จริงของยานลำนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาด หากแต่อยู่ที่ “สมองกล” และ “ระบบเซ็นเซอร์” ที่ทรงประสิทธิภาพ ยานสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ (Autonomous) ทำให้สามารถควบคุมการทำงานผ่านเรือสนับสนุนที่มีสมรรถนะทั่วไป (Dynamic Positioning Class 1 – DP1) ซึ่งช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Xplorer ยังถูกติดตั้งอุปกรณ์เก็บข้อมูลระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น ระบบถ่ายภาพ ชนิดพิเศษที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเรื่องแสงสว่างและการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วของยานใต้น้ำ (Synchronized pulsed illumination imaging), เซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าการกัดกร่อนทางไฟฟ้าของท่อ (Electric field gradient sensor), โซนาร์ประมวลผลพื้นผิวท้องทะเล (Multibeam profiler sonar) และระบบนำทางระบุพิกัดใต้น้ำที่แม่นยำ (Navigation and positioning system) ทำให้การวิ่งตามแนวท่อใต้น้ำแบบอัตโนมัติเป็นไปอย่างราบรื่นและเก็บข้อมูลได้อย่างครบถ้วน
ย้อนรอยนวัตกรรมฝีมือคนไทย กว่าจะเป็น ‘Xplorer’
กว่าจะก้าวมาเป็นหุ่นยนต์สำรวจ “Xplorer” รุ่นใช้งานจริงที่เปี่ยมประสิทธิภาพ โครงการนี้ต้องผ่านเส้นทางการพัฒนาที่ท้าทายและยาวนาน โดยมีจุดเริ่มต้นในปี 2017 จากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP (ปตท.สผ.) และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อพัฒนายานต้นแบบ ก่อนจะขยายผลความสำเร็จในปี 2018 และปี 2021 ด้วยการจัดตั้ง ARV และ ROVULA ตามลำดับ จนนำไปสู่การต่อยอดหุ่นยนต์ Xplorer V1.5 ที่สามารถออกปฏิบัติการในพื้นที่จริงได้สำเร็จ
หนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการพัฒนา Xplorer ตั้งแต่เริ่มต้น ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ Co-Founder ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า ประเทศไทย จำกัด (ROVULA) ได้สะท้อนมุมมองความท้าทาย ว่า การพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ต้องอาศัยเวลาและการสั่งสมประสบการณ์ ยิ่งเป็นการเริ่มต้นโดยไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวไม่มีแหล่งข้อมูล อ้างอิงหรือต้นแบบให้ศึกษา ทีมวิศวกรไทยจึงต้องอาศัยความอดทนในการทดลองและปรับปรุงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียนรู้หน้างานและรับมือกับความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมกลางทะเลที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและไม่สามารถคาดเดาได้
“ความสำเร็จของ ‘Xplorer’ ในปัจจุบัน จึงเป็นมากกว่าความล้ำหน้าทางเทคโนโลยี แต่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น และระบบบริหารจัดการความเสี่ยงที่เป็นรูปธรรมว่า ศักยภาพของวิศวกรไทยนั้นหากได้รับการสนับสนุนอย่างตรงจุด ก็สามารถอยู่ในระดับแนวหน้าบนเวทีโลกได้อย่างเต็มภาคภูมิ” ภัคชนม์ระบุ
ภัคชนม์ระบุ ผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นของ Rovula เริ่มสัมฤทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมในช่วงปี 2023-2024 เมื่อยาน Xplorer V2.0 พัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์และสามารถนำไปให้บริการเชิงพาณิชย์กับบริษัทน้ำมันทั้งในประเทศ และต่างประเทศได้
ปัจจุบัน Xplorer ได้ให้บริการตรวจสอบท่อใต้ทะเลไปแล้วระยะทางรวมกว่า 700 กิโลเมตร ด้วยจุดเด่นที่สามารถใช้เรือสมรรถนะทั่วไปเป็นฐานปฏิบัติการได้ และสามารถให้ผลลัพธ์ตามมาตรฐานทุกประการ ซึ่งตอบโจทย์สำคัญที่สุดคือการช่วยภาคอุตสาหกรรมลดต้นทุนได้อย่างมหาศาล
ปักหมุด ‘ระบบนิเวศใต้น้ำ’ ขยายพรมแดนอุตสาหกรรม
ความสำเร็จของ Xplorer ในวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับระบบนิเวศนวัตกรรมไทย โดยในช่วงปี 2024-2026 ROVULA ได้วางยุทธศาสตร์ บุกตลาดเชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของบริษัทน้ำมันระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบควบคู่ไปกับการวิจัยเทคโนโลยีเพื่อยกระดับประสิทธิภาพของยานใต้น้ำ ทั้งในด้านการจัดการพลังงาน การเพิ่มระยะเวลาปฏิบัติงานต่อรอบการชาร์จ และการทำความเร็วให้สูงขึ้น
ภัคชนม์เน้นย้ำถึงเป้าหมายสำคัญว่า ทิศทางธุรกิจของยาน AUV จะไม่ได้จำกัดอยู่แค่อุตสาหกรรมปิโตรเลียมอีกต่อไป ROVULA เตรียมต่อยอดการใช้งานไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ ตั้งแต่การสำรวจแหล่งทรัพยากรทางทะเลแห่งใหม่ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมความมั่นคงทางเทคโนโลยีให้กับประเทศไทยอย่างแท้จริง
เตรียมพบกับเจาะลึกวิสัยทัศน์ฉบับเต็ม และเส้นทางนวัตกรรมเปลี่ยนโลกของ ‘Xplorer’ โดย ภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ได้ที่งานสัมมนาแห่งปี “Matichon Forum 2026: Innovation Changes Thailand” ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ ห้องอินฟินิตี้ 1-2 โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ (ซอยรางน้ำ)

