กรอ.สั่งบ่อฝังกลบกากอันตรายสระบุรีหยุดกิจการ ห้ามรับของเสียจนกว่าปรับปรุงเสร็จ
นายพรยศ กลั่นกรอง อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งการด่วนให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบทันทีภายหลังได้รับแจ้งฉุกเฉินกรณีเหตุ เพลิงไหม้พื้นที่ฝังกลบภายในโรงงานรีไซเคิล ของ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) ประเภทโรงงาน 101,105 ประกอบกิจการปรับคุณภาพของเสียรวม และรับฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นของเสียอันตราย และรับคัดแยกฝังกลบวัสดุที่ไม่มีอันตราย ในตำบลห้วยแห้ง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี
เจ้าหน้าที่กองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม และกองวิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสระบุรี (สอจ.สระบุรี) ในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุต้นเพลิงบริเวณบ่อฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วในส่วนที่เป็น บ่อฝังกลบของเสียอันตราย โดยเพลิงได้ลุกไหม้แผ่นพลาสติก HDPE (High Density Polyethylene) ที่ใช้สำหรับปิดคลุมบ่อฝังกลบ ได้รับความเสียหายประมาณ 30% ของพื้นที่ฝังกลบทั้งหมด
อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและทีมฉุกเฉินสามารถควบคุมเพลิงให้สงบลงได้แล้ว โดยไม่มีรายงานการลุกลามไปยังพื้นที่ข้างเคียง แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่ยังมีเชื้อไฟที่สะสมความร้อน จึงยังคงตรึงกำลังฉีดพ่นละอองน้ำเลี้ยงไว้อย่างต่อเนื่อง เพื่อระบายความร้อนและป้องกันการปะทุซ้ำ
พื้นที่ดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายต่อประชาชน ทรัพย์สินที่อยู่ในโรงงาน และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ กรอ. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 สั่งการให้ หยุดประกอบกิจการโรงงาน ในส่วนของบ่อฝังกลบสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่เป็นบ่อฝังกลบของเสียอันตรายและการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องในทันที
พร้อมทั้งให้สำรวจความเสียหายและปรับปรุงซ่อมแซมหรือจัดหาผ้าใบปิดคลุมในส่วนที่เสียหายจากเหตุเพลิงไหม้ทั้งหมดและส่วนที่เชื่อมต่อให้มีสภาพปลอดภัยตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ กรอ. จะระงับการนำเข้าสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้อง จนกว่าจะมีการปรับปรุงแก้ไขแล้วเสร็จ

ด้าน สอจ.สระบุรี อาศัยอำนาจตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง สั่งการให้บริษัทฯ จัดทำและทบทวน มาตรการป้องกันและระงับอัคคีภัย ให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยงภัย รวมทั้งปรับปรุงแผนปฏิบัติการฉุกเฉินหรือแผนป้องกันให้เหมาะสมกับสภาวะการณ์ปัจจุบัน พร้อมรายงานการสำรวจความเสียหายนำส่งให้ สอจ.สระบุรี พิจารณาภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุเพลิงไหม้อย่างละเอียด และเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่โดยรอบอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยกำชับให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามต้องได้รับโทษทางกฎหมายต่อไป

