หน้าแรก เศรษฐกิจ ดึงงานวิจัยลง...

ดึงงานวิจัยลงจากหิ้ง

21.04.26 | 14:00 น.

ดึงงานวิจัยลงจากหิ้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ ในวงหารือทิศทางการสนับสนุนงานวิจัยด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ได้ย้ำชัดว่า “งานวิจัยต้องตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริง ใช้ได้จริง และต่อยอดเชิงพาณิชย์ได้ ไม่ใช่เพียงผลงานเชิงวิชาการที่จบอยู่บนกระดาษ”

กางงบประมาณ 2569 พบว่า จัดสรรทุนส่วนงานวิจัยและนวัตกรรม 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้า วิจัยและนวัตกรรม วงเงินเสนอขอ 200 ล้านบาท และกลุ่มงานสาธิต ริเริ่ม และนำร่อง วงเงินเสนอขอ 300 ล้านบาท

รวม 2 กลุ่มงานยื่นขอจัดสรรทุน 500 ล้านบาท จากกรอบงบรวมด้านอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน 8,750 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียงราว 5% เท่านั้น สะท้อนว่าทรัพยากรด้านวิจัยยังมีจำกัด จึงยิ่งต้องใช้ให้คุ้มและตรงเป้า

ที่ผ่านมา ส.กทอ.พยายามกำหนดกรอบวิจัยให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ การวิจัยด้านการลดฝุ่น PM2.5 จากภาคเกษตรและยานยนต์ ด้านการพัฒนาเครื่องยนต์และลดการปล่อยมลพิษ การวิจัยยานยนต์ไฟฟ้า หรือการวิจัยที่รองรับเป้าหมายระดับชาติด้าน Net Zero รวมถึงนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น ไฮโดรเจน ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS)

Advertisement

แม้ทิศทางจะชัด แต่ช่องว่างระหว่างงานวิจัยกับการใช้งานจริง ยังเป็นโจทย์ใหญ่ ทั้งงบประมาณไม่ต่อเนื่อง งานวิจัยจำนวนมากไม่ถูกนำไปใช้จริง การเผยแพร่ยังจำกัด รวมถึงข้อจำกัดด้านกฎหมาย เงินลงทุน และระบบบริหารจัดการที่ซับซ้อน

ดังนั้นปี 2569 ที่กำลังเผชิญวิกฤตราคาพลังงานอย่างหนักหน่วง ส.กทอ.จึงเตรียม “ยกระดับทั้งระบบ” ผลักดันผลงานวิจัยให้เกิดการใช้ประโยชน์จริง ขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ เป็นเครื่องมือ
สำคัญในการลดความเสี่ยงด้านพลังงาน เพิ่มความมั่นคงให้กับประเทศ

เพราะโจทย์เวลานี้ไม่ใช่แค่ “ทำวิจัยอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้งานวิจัยถูกใช้จริง” ไม่ใช่ของที่วางอยู่บนหิ้ง แต่จะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และความยั่งยืนของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขอยกมือสนับสนุนอีกแรง!!