เอกนัฏ ถกกบง.23เม.ย. บี้โรงกลั่นอีกรอบ มากกว่า2 บ. ย้ำกำไรเกินเหตุช่วงวิกฤตไม่เหมาะ
เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่าจะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ครั้งที่ 2 ในวันที่ 23 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น. เพื่อปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลงอีก 2 บาท ตั้งใจว่าประชุมแล้ว จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลในวันเดียวกัน จะส่งผลให้มีการปรับลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มในวันศุกร์ที่ 24 เมษายนทันที ขณะที่อีกส่วนจะนำเงินไปชดเชยการขาดทุนของกองทุนน้ำมัน
เมื่อถามว่า เอกชนยอมแล้วหรือไม่ นายเอกนัฏ ระบุว่า วันนี้ไม่ใช่เรื่องของเอกชนยอมหรือไม่ยอม แต่เป็นการประเมินจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพราะตลาดโลกอยู่ในภาวะไม่ปกติ ราคาหน้าโรงกลั่นที่ผูกไว้กับประเทศสิงคโปร์ แพงขึ้นมากกว่าต้นทุนที่แพงขึ้น หรือสูงผิดปกติ ที่ผ่านมาได้ให้เอกชนชี้แจงต้นทุนที่แท้จริงเพื่อให้รู้ค่าการกลั่นจริงว่ามีราคาเท่าไหร่ และจะกำหนดอัตราที่เขาไม่ขาดทุน จะกำไรเกินเหตุในช่วงวิกฤตก็คงไม่เหมาะสม จึงต้องหาอัตราที่เหมาะสมกับทุกคน
เมื่อถามว่า อนาคตมีแนวโน้มลดค่าการกลั่นมากกว่า 2 บาทหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า มีแนวโน้มลดมากกว่า 2 บาท เพราะของเดิมตัวเลข 2 บาท มาจากตัวเลขเดือนมี.ค. ตอนนี้อยู่ในช่วงไม่ปกติ มีกฎหมายห้ามส่งออก น้ำมันที่ถูกกลั่นก็จะถูกใช้ในประเทศ คณะกรรมการจึงต้องควบคุมราคาในประเทศให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่เดือนเมษายนราคาขึ้นไป 15 บาท แนวโน้มก็ต้องปรับลดลงกว่านี้
นายเอกนัฏ ยืนยันว่า ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา รวม 4 ครั้ง เป็นจำนวน 8.84 บาทแล้ว ได้ใช้กลไกการตลาด และ ปรับราคาหน้าโรงกลั่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 นายเอกนัฏ ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซล B7 และ B20 ลง 2 บาทต่อลิตร ถือเป็นการปรับลดลงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยใช้สูตรอ้างอิงราคาตลาดกลางสิงคโปร์รูปแบบใหม่ ส่งผลให้ราคาขายปลีก ณ สถานีบริการน้ำมันปรับลดลง 2.14 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกหน้าปั๊ม น้ำมันดีเซล B7 อยู่ที่ 48.40 บาทต่อลิตร น้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 43.40 บาทต่อลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569

