‘ภราดร’ แย้ม ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ รัฐช่วยจ่าย 60 ปชช.ควัก 40 ‘เอกนัฏ’ ลุยหั่นค่ากลั่นหน้าโรงงานอีก 5 บาท จ่อลดค่าไฟ 200 หน่วยแรกเสียไม่เกิน 3 บ.ให้14ล้านครัวเรือน
เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึง โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีเงื่อนไขอย่างไรว่า รัฐบาลจะจ่าย 60 ประชาชนจ่าย 40 ประชาชนจะจ่ายน้อยลง
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแจกเป็นเงินก้อนเดียว หรือจะทยอยจ่าย 4 เดือน นายภราดร กล่าวว่า น่าจะเป็นการทยอยจ่าย ส่วนจะกี่เดือน อยู่ในขั้นตอนพิจารณา เมื่อถามย้ำว่า กำหนดอายุผู้ได้รับสิทธิ์เหมือนเดิมหรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า น่าจะใช้เกณฑ์เดิม กำหนดอยู่ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ส่วนจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ยังอยู่ในขั้นตอนการคำนวณดูว่ามีเงินเท่าไหร่ หากจำนวน 20 ล้านคนจะใช้เงินเท่าไหร่ หรือ 30 ล้านคน ใช้เงินเท่าไหร่ เพราะโครงการนี้จะไปร่วมกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ต้องดูว่าการใช้เงินงบประมาณโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับ13.4 ล้านคน จะมีเงินเหลือเท่าไหร่ ถึงมาทำในส่วนของโครงการไทยช่วยไทยพลัส
เมื่อถามว่า โครงการไทยช่วยไทยพลัส จะนำเงินจากไหนมาทำ จะเป็นเงินกู้หรือเงินได้จากการจัดสรรงบประมาณ นายภราดร กล่าวว่า เป็นไปได้ทั้งหมด แหล่งที่มาของเงินสามารถใช้ได้ตอนนี้ จะมีงบกลางอยู่ และยังมีพ.ร.บ.โอนงบฯกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย.นี้ คิดว่าในส่วนนี้มีอยู่พอสมควร
ด้าน นายเอกนัฏ พร้อมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุมมีมติให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน จากเดิมลดลง 2 บาท เปลี่ยนลดลง 5 บาท จนถึงวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ จะพยายามประกาศลงราชกิจจานุเบกษาให้ทันภายในวันที่ 23 เมษายน เพื่อให้มีผลในวันที่ 24 เมษายน จากนั้นจะประชุมอีกครั้งเพื่อปรับลดลงอีก 3 บาท การลดราคาหน้าโรงกลั่น 5 บาท ดูจากตัวเลขช่วงเดือนเมษายน 2569 ค่าการกลั่นสูงเฉลี่ยกว่า 14 บาท คณะกรรมการฯอนุญาตให้โรงกลั่นทั้ง 6 แห่ง ส่งตัวเลขต้นทุนนำสูงกว่าปกติ เช่น ค่าประกันหรือค่าขนส่งเพิ่มขึ้น มาให้ที่ประชุมพิจารณาลบส่วนต่างที่เป็นผลประโยชน์ส่วนเกินออกหาตัวเลขเหมาะสมว่าอยู่ที่เท่าไร พิจารณาทั้งดีเซลและเบนซิน ข้อมูลในช่วงต้นเดือนเมษายน 2 สัปดาห์ มีส่วนเกินอยู่ 5,000 ล้านบาท จึงนำตัวเลขดังกล่าวมาเป็นส่วนลดให้กับน้ำมันดีเซล เมื่อรวมส่วนต่างปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง ทำให้จะได้เงินส่วนต่างจากโรงกลั่นเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่น ส่วนหนึ่งจะนำไปลดราคาขายปีกหน้าปั๊ม จะลดได้เท่าไหร่ต้องรอดูราคาสิงคโปร์ช่วงเย็นวันนี้ก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้สิงคโปร์ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเกือบ 3 บาท แต่ไทยยังไม่ปรับราคาหน้าปั๊มยังคงตรึงราคาไว้ แต่การปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นลง 5 บาท ไม่ได้หมายความว่าราคาหน้าปั๊มจะลดลง 5 บาท จากนี้การพิจารณาปรับขึ้นหรือลงราคาน้ำมันจะไม่ให้กระชากจนเกินไป แต่จะเป็นลักษณะทยอยขึ้นหรือทยอยลง จะไม่ปรับขึ้นปรับลงเหมือนตลาดนัด จะทำอะไรต้องทำให้เป็นเรื่องเป็นราว
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตอบกระทู้ถามสดของ น.ส.พิมพ์พฤดา ตันจรารักษ์ สส.อยุธยา พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการเร่งด่วนในการรองรับค่าไฟ จะปรับตัวสูงขึ้นจากผลกระทบทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น จากเหตุการณ์สู้รบตะวันออกกลางว่า จากปัญหาตะวันออกกลาง ทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติเหลวหรือแอลเอ็นจี ต้องนำเข้า 30-40% มาผลิตไฟฟ้าในประเทศราคาแพงขึ้น กพพ.จะประกาศราคาค่าไฟในเดือนพฤษภาคมนี้ ทำให้ราคาเดิม 3.88 บาท เป็น 3.95 บาท เพราะค่าเอฟทีเพิ่มขึ้น หากจะให้ราคาถูกกว่านี้ จะต้องดึงรายได้จาก 3 การไฟฟ้า ซึ่งแม้ค่าเฉลี่ยจะถูก ก็จะกระทบต่อการไปลงทุนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานในอนาคต ดังนั้น กระทรวงพลังงาน เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี และคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติในสัปดาห์หน้า ในการกดค่าไฟให้กับผู้ใช้ไฟที่ใช้น้อย ไม่เกิน 200 หน่วยกว่า 14 ล้านครัวเรือน หรือประชาชนที่ใช้เกิน 200 หน่วยนั้น ใน 200 หน่วยแรก จะพยายามกดลงให้เหลือไม่เกิน 3 บาท

