หน้าแรก เศรษฐกิจ ข่าวดีส่งออก!...

ข่าวดีส่งออก! ไทยพ้นข้อกล่าวหา อุดหนุนสินค้าโลหะซิลิคอน รอดถูกเก็บอากรตอบโต้สหรัฐ

24.04.26 | 11:03 น.

ไทยพ้นข้อกล่าวหาอุดหนุนสินค้าโลหะซิลิคอน รอดถูกเก็บอากรอุดหนุนของสหรัฐ

เมื่อวันที่ 24 เมษายน นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ท่ามกลางกระแสการค้าโลกที่เต็มไปด้วยแรงกดดันและมาตรการกีดกันรูปแบบใหม่ ประเทศไทยได้รับข่าวดีที่ส่งผลต่อการส่งออกของไทยเป็นอย่างมาก

เมื่อคณะกรรมาธิการการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (U.S. International Trade Commission: U.S ITC) ได้ประกาศผลการไต่สวนชั้นที่สุด (Final Determination) เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 กรณีสหรัฐฯ เปิดไต่สวนการใช้มาตรการตอบโต้การอุดหนุน (Countervailing Duty : CVD) สำหรับสินค้าโลหะซิลิคอนที่นำเข้าจากไทย นอร์เวย์ ลาว ออสเตรเลีย และแองโกลา โดยไทยกลายเป็นประเทศเดียวที่พ้นข้อกล่าวหาของสหรัฐ

นางอารดา กล่าวว่า U.S. ITC มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า การนำเข้าสินค้าโลหะซิลิคอน (Silicon Metal) ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ จึงยุติการไต่สวนต่อไทยทันที พร้อมยืนยันว่า สินค้าดังกล่าวจากไทยจะไม่ถูกเรียกเก็บอากรตอบโต้การอุดหนุน (countervailing duties)

“เนื่องจากไทยไม่ได้มีการอุดหนุนที่สร้างความบิดเบือนตลาด และยังคงดำเนินการทางการค้าระหว่างประเทศอยู่ภายใต้กรอบกติกาทางการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบทางการค้าที่สำคัญในระยะยาว”

Advertisement

ทั้งนี้ ปี 2567 ไทยส่งออกสินค้าโลหะซิลิคอน (Silicon Metal) ไปยังสหรัฐฯ มีมูลค่า 655,629,838 บาท (ประมาณ 93.50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) หรือสัดส่วนร้อยละ 25.57 ดังนั้น การประกาศผลชั้นที่สุดในครั้งนี้นอกจากไทยจะไม่ถูกเก็บอากร CVD จากสหรัฐฯ แต่ยังเป็นการเพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดโลก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสินค้าโลหะซิลิคอนซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมยุคใหม่ อาทิ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมไปจนถึงพลังงานสะอาดอย่างโซลาร์เซลล์

ดังนั้น การไม่ถูกเก็บอากรตอบโต้การอุดหนุน หรือ อากร CVD สินค้าโลหะซิลิคอน แสดงถึงศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีการค้าโลก

อนึ่ง คต. ในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบพันธกิจในการดำเนินการปกป้องและตอบโต้ทางการค้าระหว่างประเทศ จะมุ่งมั่นในการลดอุปสรรคและสร้างความเป็นธรรมทางการค้า รวมถึงปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยอย่างยั่งยืน