อธิการบดี ม.หอการค้าไทย ประเมินสัญญาณราคาน้ำมัน คาดไม่น่าทะลุ 50 บาทแล้ว ศก.ไม่น่าแย่ลง
เมื่อวันที่ 26 เมษายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนยิงภายในงานเลี้ยงผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว เมื่อคืนวันที่ 25 เมษายน (ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐ) จนทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ พร้อมกับสตรีหมายเลขหนึ่ง ต้องอพยพออกจากงานจนเกิดความแตกตื่นและเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลกนั้น คงต้องดูมูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุดังกล่าวก่อน อย่างไรก็ตาม อาจเป็นคนที่ไม่นิยมชมชอบประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และไม่น่าเกี่ยงโยงเรื่องความขัดแย้งจากสงคราม
นายธนวรรธน์กล่าวว่า ในส่วนของสงครามในตะวันออกกลางก็เห็นท่าทีอยากให้ลดความรุนแรงและคลี่คลายให้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้เชื่อว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่อยากให้การสู้รบยืดเยื้อ เพราะต้นทุนการทำสงครามแพง คนอเมริกันเริ่มมีปฏิกิริยาแสดงความเห็นไม่เห็นด้วยที่จะทำสงครามยืดเยื้อเพิ่มขึ้น ล่าสุดผลสำรวจน่าจะสูงถึง 60%
“ดูสถานการณ์แล้วเชื่อว่าสงครามในตะวันออกกลาง ทุกฝ่ายน่าจะเร่งลดความตึงเครียด จะทำให้ไม่เพิ่มแรงดันเรื่องราคาน้ำมันที่วิตกว่าจะสูงถึง 120 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ไม่น่าจะเห็นแล้ว และราคาน้ำมันในประเทศเราไม่ทะลุไป 50 บาทต่อลิตร ราคาช่วงบวก-ลบ 40 บาทต่อลิตร เชื่อว่าประชาชนพอรับได้” นายธนวรรธน์กล่าว
นายธนวรรธน์กล่าวต่อว่า สำหรับภาวะเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณลดคนการจ้างงาน หรือ เศรษฐกิจแย่ลงไปอีก โดยยังมองเศรษฐกิจไทยไตรมาสสองน่าจะโตได้ 1.0-1.4% ส่วนการใช้จ่าย ทางศูนย์พยากรณ์กำลังสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมปี 2569 ซึ่งจะสะท้อนว่ากำลังซื้อและแนวโน้มเศรษฐกิจว่าจะเป็นอย่างไรในไตรมาสสอง ส่วนกรณีกระทรวงศึกษาธิการผ่อนปรนระเบียบเครื่องแต่งกายนักเรียน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครองช่วงค่าครองชีพสูง ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ไม่น่าจะมีผลต่อการใช้จ่ายเปิดเทอมมากนัก

