‘ศุภจี’ รับ 11 ข้อร้องเรียนชาวนา เปิดมาตรการช่วยดูแลข้าว ‘สุรศักดิ์’ ปัดฝุ่น ‘เราเที่ยวด้วยกัน’
เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยระหว่างการเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2569 ของสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ที่ The Cavalli Casa Resort จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของภาคเกษตรกร และเชื่อมโยงสู่การกำหนดนโยบายภาครัฐให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริง ว่า ปัจจุบันภาคเกษตรโดยเฉพาะข้าว ต้องเผชิญกับวิกฤตซ้อนวิกฤต กระทรวงพาณิชย์ในฐานะปลายน้ำจำเป็นต้องทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดูแลต้นน้ำ และภาคอุตสาหกรรมในกลางน้ำเพื่อให้ทั้งระบบเดินหน้าไปพร้อมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
นางศุภจีกล่าวว่า ได้รับข้อเสนอหนังสือข้อเสนอจากสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย ทั้งมาตรการเร่งด่วน 6 ข้อ และมาตรการระยะยาว 5 ข้อ สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย บางเรื่องดำเนินการได้ทันที แต่ทุกข้อเสนอจะถูกนำไปประสานกับคณะรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและทันท่วงที การดูแลของภาครัฐแยกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนต้นน้ำ รัฐบาลให้ความสำคัญการพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีคุณภาพและผลผลิตสูงขึ้น ปัจจุบันผลผลิตข้าวไทยเฉลี่ยประมาณ 400-700 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่บางประเทศคู่แข่งผลิตได้ถึง 1,500 กิโลกรัมต่อไร่ จึงต้องเร่งพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้แข็งแรงควบคู่กับบริหารจัดการดินและปุ๋ยอย่างเหมาะสม ทำงานร่วมกับกรมวิชาการเกษตรและกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรใช้ปัจจัยการผลิตแม่นยำ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตระยะยาว เตรียมประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณามาตรการช่วยเหลือต้นทุนด้านพลังงานและค่าขนส่ง ภาระสำคัญของเกษตรกร สำหรับกลางน้ำ รัฐบาลมุ่งเน้นเพิ่มมูลค่าข้าว ผ่านการแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ได้อนุมัติโครงการสนับสนุนชุมชนกว่า 200 แห่ง ให้เข้าถึงเครื่องมือสำคัญ เช่น เครื่องสีข้าว เครื่องอบ เครื่องบรรจุสุญญากาศ พัฒนาแบรนด์และการตลาด
นางศุภจีกล่าวว่า ส่วนปลายน้ำ กระทรวงพาณิชย์เดินหน้ามาตรการซื้อนำตลาด พัฒนาระบบฐานข้อมูล เช่น dashboard ข้าว เพื่อติดตามอุปสงค์-อุปทานแต่ละพื้นที่แบบเรียลไทม์ ช่วยให้วางแผนการผลิต การตลาด และดูดซับผลผลิตได้แม่นยำ เร่งดูดซับผลผลิตส่วนเกิน คู่กับจัดตลาดนัดข้าวเปลือก พร้อมเร่งขยายตลาดส่งออก ตั้งเป้าปริมาณส่งออกปี 2569 กว่า 7 ล้านตัน แม้เผชิญข้อจำกัดจากสถานการณ์โลก พร้อมใช้กลไกการค้าระหว่างประเทศ เช่น การขายแบบรัฐต่อรัฐ (G2G) ให้มีสินค้าเกษตรโดยเฉพาะข้าวอยู่ในข้อตกลงการซื้อขาย อีกแนวคิดคือผลักดันข้าวประณีต สร้างตระหนักรู้ว่าข้าวไทยมีการพัฒนาเรื่องคุณภาพ มีเรื่องราวและบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าจำหน่ายได้ในราคาสูง
ขณะที่นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) กำลังจะถึง กระทรวงวางแผนฟื้นโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการปลุกตลาดไทยเที่ยวไทย เป็นมาตรการ ควิก วิน (Quick Win) อย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ จะพิจารณานำโครงการเคยประสบความสำเร็จช่วงโควิด-19 กลับมาใช้อีกครั้ง อาทิ เราเที่ยวด้วยกัน หรือเที่ยวไทยคนละครึ่ง เพื่อสนับสนุนให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น ท่ามกลางภาวะตั๋วเครื่องบินราคาแพงและต้นทุนพลังงานสูงขึ้น จะปรับปรุงช่องโหว่และปัญหาเคยเกิดขึ้นในอดีต เพื่อให้เม็ดเงินกระจายไปถึงมือผู้ประกอบการและประชาชนท่องเที่ยวจริงๆ อย่างทั่วถึงที่สุด

