สิริพงศ์ เร่งดันรถไฟทางคู่เฟส2ทั้ง 3 เส้นใต้ เข้า ครม. คาด ก.ค.นี้ รฟท.คลอดเกณฑ์ เปิดประมูลสายใหม่ “เด่นชัย-เชียงของ/บ้านไผ่-นครพนม”
เมื่อวันที่่ 27 เมษายน นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยม และมอบนโยบายกรมการขนส่งทางราง(ขร.) ว่า ได้เร่งรัดให้ผลักดันโครงการสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่ ระยะ(เฟส) ที่ 2 จำนวน 6 เส้นทาง ที่ต้องเร่งนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเสนอ 3 เส้นทางที่ผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก่อน ได้แก่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กิโลเมตร(กม.) วงเงิน 30,422 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท และช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนอีก 3 เส้นทางที่เหลือ ได้แก่ ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท, ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095 ล้านบาท และช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ ยังให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เพิ่มเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ก่อน โดยเฉพาะความคุ้มค่าในการลงทุน
อย่างไรก็ตามได้มอบให้ ขร. ไปศึกษาหาแนวทางการลงทุนในรูปแบบอื่นเพิ่มเติม จากเดิมใช้งบประมาณรัฐลงทุนก่อสร้างทั้งหมด เป็นรูปแบบอื่นๆ ได้หรือไม่ อาทิ การระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund : TFF) และการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) เพื่อให้กระทบหนี้สาธารณะน้อยที่สุด ซึ่งไม่ใช่เพียง 3 เส้นทางที่เหลือ แต่รวมถึงโครงการก่อสร้างอื่นๆ ในอนาคตด้วย นอกจากนี้ได้กำชับเรื่องการเปิดให้เอกชนสามารถเช่ารางรถไฟ เพื่อเปิดเดินรถได้ ทั้งการขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้า โดยต้องพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ และกำหนดให้ชัดเจน อาทิ ค่าโดยสาร, หลักเกณฑ์การใช้ราง และรูปแบบการลงทุน

ด้านนายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้ รฟท. มีแผนจัดหารถโดยสารใหม่ แต่เนื่องจากรัฐมีงบประมาณจำกัด จึงจะเปิดให้เอกชนเข้ามาเดินรถ เพื่อมาเติมเต็มในส่วนที่รัฐบาลไม่สามารถดำเนินการได้ ปัจจุบัน รฟท. อยู่ระหว่างออกหลักเกณฑ์ให้เอกชนที่สนใจเข้ามาเดินรถได้ในเส้นทางทางคู่สายใหม่ ได้แก่ สายเหนือ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 322 กม. และสายอีสาน ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม.
นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง กล่าวว่า ยืนยันว่าการเปิดให้เอกชนร่วมเดินรถนั้น จะไม่กระทบกับเส้นทางที่ รฟท. เดินรถที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ยังคงเดินรถเหมือนเดิมต่อไป ไม่ได้หายไปไหน ส่วนที่เอกชนมาเช่าใช้ราง จะมีหลักเกณฑ์รายละเอียด ซึ่ง รฟท. เป็นผู้กำหนด
ทั้งนี้คาดว่าภายในเดือน ก.ค.2569 รฟท. จะประกาศให้เอกชนทราบถึงรายละเอียดต่างๆ อาทิ เส้นทาง และตารางเวลาเดินรถ(สลอต) ที่ยังว่างอยู่ และค่าเช่าราง เป็นต้น ทั้งนี้หากมีเอกชนสนใจในเส้นทางตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ต้องเปิดประกวดราคา(ประมูล) โดยในส่วนของ ขร. จะมีการกำหนดเพดานขั้นสูงของอัตราในการเช่ารางด้วย ซึ่งจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง พิจารณาในวันที่ 30 เม.ย.นี้

