หน้าแรก เศรษฐกิจ อธ.มกค. เผย ใ...

อธ.มกค. เผย ใช้จ่ายหยุด 1 พ.ค. ลด 3% แรงงานไทยโอดของแพง ชี้ค่าจ้างควรอยู่ที่ 495 บาทต่อวัน

28.04.26 | 13:46 น.

ผู้ใช้แรงงานบ่นของแพง-ศก.แย่ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” ระวังใช้จ่ายหยุด 1 พ.ค. ลดลง 3% ชี้ค่าจ้างเหมาะสม495 บาทต่อวัน

เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์และธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสภาพแรงงานไทย กรณีศึกษาผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท จากประชาชน 1,250 ราย ระหว่างวันที่ 16-23 เมษายน 2569 พบว่า 52% ระบุมีรายได้พอดีรายจ่ายประจำวัน ส่วน 13.9% ระบุไม่เพียงพอ เพราะราคาสินค้าแพงขึ้น ภาระหนี้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้แรงงาน 98% ระบุมีภาระหนี้ สูงขึ้นกว่าปีก่อน ส่วนใหญ่อาชีพ รับจ้างทั่วไปและรายเดือน ผลมาจากสูงขึ้นในหลายด้าน คือ มีหนี้ส่วนบุคคล ต้องใช้คืนเงินกู้ ค่ารักษาพยาบาล ค่าการศึกษา และค่าโทรศัพท์

โดยภาพรวมภาระหนึ้ของครัวเรือนในปัจจุบันรวม 494,505 บาท ผ่านชำระเดือนละ 1 หมื่นบาท แยกเป็นหนี้ในระบบ 87% นอกระบบ 13% ซึ่งลักษณะผ่อนชำระนั้น 62% ระบุยังชำระได้เต็มจำนวน 33.7% แบ่งชำระบางส่วน แต่ 4.3% ขาดส่งชำระ ทั้งนี้ ภาระหนี้มีผลต่อการใช้จ่ายต้องลดลงกว่า 90% และ86% มองว่า 3 เดือนข้างหน้า ยังต้องใช้จ่ายลดลง

เนื่องจากยังกังวลต่อภาวะหนี้ในอนาคต ซึ่ง 34.5% กังวลความไม่แน่นอนของการจ้างงาน และไม่สามารถชำระหนี้ได้ เริ่มกังวลระดับปานกลางว่ามีโอกาสตกงานในอนาคต ซึ่งส่วนใหญ่ระบุเงินที่มีอยู่เพียงพอใช้ในชีวิตประจำวัน 3-6 เดือน และมองว่าโอกาสหางานใหม่ยากขึ้น ซึ่งมีเพียง 38% วางแผนเกษียณไว้กับประกันสังคมอย่างเดียว

“ผู้ใช้ แรงงานประเมินเศรษฐกิจไทย ส่วนใหญ่ 40% มองว่าแย่ถึงแย่มาก กว่า 50% ขอให้รัฐบาลดูแลเรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าวไม่ให้มาแย่งงานคนไทย มีเงินช่วยเหลือแรงงานไทยกรณีตกงาน และเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ด้วย 54% มองว่ารายได้ไม่เพียงพอรายจ่าย และราคาสินค้าปรับตัวสูงมากกดดัน โดยค่าจ้างขั้นต่ำที่แรงงานคิดว่าเหมาะสมอยู่ที่ 495 บาทต่อวัน อย่างไรก็ตาม หากไม่สามารถเพิ่มค่าแรงงานได้ ก็อยากให้ช่วยเหลือเพิ่มค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค และลดดอกเบี้ยเงินกู้” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการใช้จ่ายวันหยุดแรงงาน ตรงกับ 1 พฤษภาคม นั้น แม้จะเป็นช่วงตรงกับวันหยุดยาวต่อเนื่อง 4 วัน (1-4 พฤษภาคม) แต่ส่วนใหญ่ 65.9% ระบุว่า บรรยากาศแรงงานคึกคักพอ ๆ กับปีก่อน อีก 23.9% มองว่าน้อยกว่า โดยระบุเน้นใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง และเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 2,304 บาท ทั้งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้ประเมินเงินใช้จ่ายช่วงวันแรงงานปี 2569 อยู่ที่ 2,120 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อน ติดลบอีกครั้งในรอบ 5ปี และมีมูลค่าน้อยสุดในรอบ 5 ปีด้วย

Advertisement

ดังนั้น การที่รัฐบาลออกมาตรการคนละครึ่งพลัส และไทยช่วยไทย ลดสินค้าราคาประหยัด ช่วยเหลือค่าไฟฟ้า และเพิ่มเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในเบื้องต้นประเมินเงินที่จะลงระบบ 8 หมื่นถึง 1 แสนล้านบาท บวกเงินที่ประชาชนเติมใช้จ่าย จะมีผลต่อจีดีพีเพิ่ม 0.2-0.3% และหากรัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ และกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่อเนื่อง จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจอีก 0.5% ในระยะ 4 เดือนจากนี้ และทำให้จีดีพีทั้งปีเพิ่มจาก 1.4% เป็นเกิน 1.5% ได้