‘สายการบิน’ ชงคมนาคม ลดภาษีน้ำมัน-ยกเว้นค่าธรรมเนียมการบิน 6 เดือน ลดภาระต้นทุน

30.04.26 | 20:04 น.
ภาพจาก CAAT

‘พิพัฒน์’ หารือสมาคมสายการบินประเทศไทย ช่วยเหลือผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันพุ่ง ยันพร้อมช่วยเหลืออุตสาหกรรมการบินของประเทศ ลดผลกระทบต่อประชาชน นักท่องเที่ยว

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ห้องประชุมกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดให้นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ นายกสมาคมสายการบินประเทศไทย และผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส พร้อมคณะผู้บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย ไทยเวียตเจ็ทแอร์ นกแอร์ ไทยไลอ้อนแอร์ เข้าพบ เพื่อรับฟังและหารือถึงผลกระทบด้านต้นทุนการปฏิบัติการบินจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

โดยมีนายรัชพงศ์ ชูแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯประกอบด้วย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมท่าอากาศยาน (ทย.) บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ร่วมหารือ

นายพิพัฒน์กล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้เพื่อหารือถึงผลกระทบต่อราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ทำให้สายการบินได้รับผลกระทบในการแบกรับต้นทุนอย่างมาก และพยายามอย่างสุดความสามารถในการรักษาเที่ยวบิน แม้ประสบภาวะขาดทุนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อผู้โดยสาร แต่ปัจจุบันมีความจำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินลงโดยยังคงทำการบินมากกว่า 60% จากแผนปฏิบัติการก่อนเกิดวิกฤต

โดยข้อเสนอของสมาคมฯ ขอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาปรับลด ยกเว้น หรือชะลอ การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมและค่าบริการด้านการบิน เป็นระยะเวลา 6 เดือน ขยายระยะเวลาการชําระหนี้ (Credit Term) สําหรับค่าธรรมเนียมและค่าบริการด้านการบิน สําหรับยอดเรียกเก็บเดือนเมษายน-กันยายน 2569 ออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือน และปรับอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน JET A-1 จาก 4.726 บาท ต่อลิตร เป็น 0.20 บาท ต่อลิตร เป็นระยะเวลา 6 เดือน หรือขยายระยะเวลาการชําระหนี้ (Credit Term) เป็นระยะเวลา 6 เดือน

Advertisement

นายพิพัฒน์ระบุว่า กรณีที่มีการปรับเปลี่ยนลดเที่ยวบินนั้น ขอเน้นย้ำให้สายการบินมีความพร้อมในการดูแลเยียวยาผู้โดยสารตามระเบียบข้อบังคับโดยครบถ้วน ส่วนข้อเสนอต่างๆ กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยรับไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบให้ได้ข้อสรุปร่วมกัน โดยเปรียบเทียบจากมาตรการการช่วยเหลือเมื่อครั้งเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรค COVID-19 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และอุตสาหกรรมการบินของประเทศในภาพรวมต่อไป