SCG คุมต้นทุนฝ่าวิกฤต Adjusted Cash EBITDA แกร่งขึ้น 17%
เมื่อวันที่ 30 เมษายน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 บริษัทมีกำไรสำหรับงวด 6,223 ล้านบาท มีรายได้จากการขาย 123,327 ล้านบาท โดยมีกระแสเงินสดที่ไม่รวมการปรับปรุงมูลค่าสินค้าคงเหลือ การด้อยค่า และรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำของธุรกิจที่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Adjusted Cash EBITDA) 14,929 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%
ทั้งนี้ ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง กดดันให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบผันผวน กระทบเศรษฐกิจโลกรวมถึงไทยและหลายภาคธุรกิจ คาดว่าสถานการณ์นี้จะยืดเยื้อ ทางบริษัทจึงดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกตั้งรับแรงกระแทกจากความผันผวนได้ก่อน และสามารถคุมสถานการณ์ได้จริง

โดยแผนระยะสั้น มีแผนบริหารความเสี่ยงรอบด้านด้วยการั้ง Daily War Room เป็นศูนย์บัญชาการติดตามและบริหารต้นทุนวัตถุดิบ การบริหารต้นทุนพลังงาน รับมือวิกฤตน้ำมันขาดแคลน ด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและพลังงานทางเลือก ช่วยลดต้นทุนขนส่งได้ดี และการรักษาวินัยการคลังเข้มข้น จากการปรับโครงสร้างดำเนินงาน หยุดธุรกิจที่ไม่ทำกำไร
“ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้กว่า 4,300 ล้านบาท ขณะที่มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2,438 ล้านบาท ทั้งยังควบคุมเงินลงทุนได้ที่ 5,482 ล้านบาท ทำให้หนี้สินสุทธิลดลง 2,813 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 5.0 เท่า จากเดิม 5.5 เท่า สถานะการเงินมั่นคง มีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาสอยู่ที่ 67,137 ล้านบาท”
สำหรับแผนระยะ 2 ปี (2569-2570) เน้น ‘สร้างกล้ามเนื้อ’ ยกระดับความสามารถการแข่งขัน เพื่อธุรกิจและอุตสาหกรรมแข็งแกร่งในระยะยาว โดยบริหารความได้เปรียบจากการมีฐานผลิตหลากหลายนชในอาเซียน ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพสินค้า คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนทั่วอาเซียนได้ปีละกว่า 3,300 ล้านบาท

ส่วนโครงการ LSPE เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน Long Son Petrochemicals ประเทศเวียดนาม เมื่อเริ่มดำเนินการปลายปี 2570 ตามแผน คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ปีละกว่าว 6,000 ล้านบาท
ทั้งนี้การผลักดันสินค้ากรีน-สินค้าคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า-สินค้ามูลค่าเพิ่มสูง พร้อมเพิ่มอัตราส่วนของกำไรต่อรายได้ให้ธุรกิจ การเร่งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมทุนเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจโอเลฟินส์และพอลิโอเลฟินส์ในไทยระหว่าง GC และ SCGC คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2569
การขับเคลื่อนธุรกิจพลังงานสะอาดครบวงจร เพื่อลดต้นทุนและความผันผวนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล อย่างไรก็ตาม เรายังคงติดตามสถานการณ์ความผันผวนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมปรัวตัวเชิงรุกทุกด้านให้พร้อมสู้ทุกความท้าทาย มั่นใจว่าสถานะการทางการเงินบริษัทยังแข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเพียงพอ และสามารถเติบโตในระยะยาวได้ต่อไป


