หน้าแรก เศรษฐกิจ ได้เวลา &#821...

ได้เวลา ‘แลนด์บริดจ์’ เอกนัฏชี้จังหวะเหมาะเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เสริมแกร่งให้ประเทศไทย

4.05.26 | 06:39 น.

ได้เวลา ‘แลนด์บริดจ์’ เอกนัฏชี้จังหวะเหมาะเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เสริมแกร่งให้ประเทศไทย

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลกว่า ขณะนี้เป็นเวลาเหมาะสมที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง มุ่งเน้นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยโครงการ แลนด์บริดจ์จะเป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แลนด์บริดจ์มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สมบูรณ์แบบ ประกอบด้วย 1. มากกว่าแค่ถนนและราง แลนด์บริดจ์จะต้องมีการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Tank Farm) และระบบขนส่งน้ำมันทางท่อเชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร 2. ทางเลือกใหม่แทนสิงคโปร์ มีเป้าหมายดึงดูดให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลาง นำน้ำมันดิบมาฝากเก็บและทำการซื้อขาย (Trading) ในประเทศไทย แทนการพึ่งพาเฉพาะตลาดเดิมอย่างสิงคโปร์ และ 3. ทางรอดจากวิกฤตฮอร์มุซ ในสภาวะโลกเผชิญความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่า 30% ของปริมาณการซื้อขายทั่วโลก หากไทยมีคลังเก็บน้ำมันของชาติต่างๆ มาตั้งอยู่ จะกลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจมหาศาลและสร้างความมั่นคงให้ไทยมีน้ำมันใช้อย่างต่อเนื่อง

นายเอกนัฏกล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือการให้ประเทศไทยจัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve – SPR) อย่างจริงจัง เพื่อเป็นน้ำมันสำรองของประเทศ จากเดิมกฎหมายบังคับให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันตามกฎหมาย เป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ ไทยควรมีคลังสำรองเป็นของรัฐหรือเป็นความร่วมมือในระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อความมั่นคงแท้จริง เชื่อมั่นว่าด้วยศักยภาพของไทยมีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง และสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูป (ดีเซลและเบนซิน) ได้เกินความต้องการใช้ในประเทศ จะทำให้ไทยกลายเป็น Last Man Standing หรือประเทศสุดท้ายยังมีพลังงานใช้และอยู่รอดได้แม้ทั่วโลกจะเผชิญวิกฤติขาดแคลนพลังงาน นอกเหนือจากเรื่องน้ำมันแล้ว ยังมีนโยบายในการปรับปรุงโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยไม่ควรอ้างอิงราคาสิงคโปร์ 100% เนื่องจากไทยมีโรงกลั่นเองและไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป แต่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น รวมถึงแผนการส่งเสริมโซลาร์รูฟท็อปเพื่อลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่มีราคาผันผวน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าไฟฟ้า เราต้องรู้จักเปลี่ยนและรักษาโรคในตอนยังมีโอกาส หากเราไม่ปรับตัวในตอนนี้ ในอนาคตเราอาจจะตายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง การฉีดภูมิคุ้มกันและอัดวิตามินผ่านการปฏิรูปพลังงานในสภาวะลำบาก จะทำให้เรามองกลับมาด้วยความภูมิใจในอีก 1 ปีข้างหน้าว่าเราได้สร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้ประเทศ