ชวนใช้บริการ DIPROM Center อัพเกรดธุรกิจ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) จัดกิจกรรม “DIPROM PLUS @DC8 เปิดบ้านสุพรรณ ปั้นอุตสาหกรรมคู่ชุมชน” ณ DIPROM Center 8 (DC8) จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ่านกลไก DIPROM ITC โครงสร้างพื้นฐานสำคัญเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการให้ทดลอง พัฒนา และต่อยอดผลิตภัณฑ์ได้ในสภาพแวดล้อมการผลิตจริง ด้วยการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมและเครื่องจักรสมัยใหม่ในกระบวนการผลิต พร้อมวางรากฐานการพัฒนาเพื่อขยายผลสู่ DIPROM Center ทั่วประเทศ มุ่งเพิ่มมูลค่า ยกระดับมาตรฐาน และขยายโอกาสทางการตลาดของอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงเกษตรแปรรูป ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสำคัญของประเทศ
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมในที่เดียว ทั้งเทคโนโลยี เครื่องจักร องค์ความรู้ และคำปรึกษา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการแข่งขันในตลาด อันจะเป็นการสร้างมูลค่า เพิ่มมาตรฐาน และต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง เบื้องต้นอยากให้เอสเอ็มอีในจ.สุพรรณบุรีเข้ามาใช้บริการ DIPROM Center มากขึ้น


ดันจีดีพีอุตฯอาหาร-มุ่งครัวโลก
นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า รัฐบาลได้กำหนดนโยบาย “Thailand 10 Plus” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยมุ่งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรมจึงเร่งนำนโยบายดังกล่าว มาใช้เป็นแนวทางพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภายใต้แนวคิด “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” เพื่อให้การดำเนินงานทุกภาคส่วนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะด้านการ “เพิ่มมูลค่า” ให้กับสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของประเทศ
โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพสูงและเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในฐานะ “ครัวของโลก” มาอย่างยาวนาน อีกทั้งยังเป็นฟันเฟืองสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยมีสัดส่วนจีดีพีของอุตสาหกรรมอาหารต่อจีดีพีประเทศอยู่ที่ 5.9% และมีบทบาททั้งในด้านการส่งออกและการบริโภคภายในประเทศ โดยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่ามูลค่าการส่งออกอาหารไทยในปี 2569 จะสูงถึง 1.4 ล้านล้านบาท

ช่วยผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์
น.ส.ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม ได้รับมอบหมายจากกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เร่งแก้ไขข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่มีต้นทุนสูง รวมถึงขาดกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน จึงดำเนินการส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมอาหารชุมชนผ่าน DIPROM ITC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาทดลองผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานการผลิตในระดับสากลให้สามารถต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง พร้อมทั้งเชื่อมโยงองค์ความรู้ มาตรฐาน และแหล่งทุนที่จำเป็นต่อการพัฒนาธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างครบวงจรด้วยกลไก DIPROM PLUS ผ่านการบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ผ่านกลไกเชิงพื้นที่ในการค้นหา คัดกรองผู้ประกอบการรวมถึงการส่งต่อเข้าสู่กระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน
“DIPROM ITC จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานของรัฐที่มีอยู่เพื่อต่อยอดธุรกิจได้ทันที โดยเฉพาะการเข้าถึงเครื่องจักร เทคโนโลยี และกระบวนการผลิตในระยะเริ่มต้นซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และลดความเสี่ยงในการลงทุน พร้อมการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ มาตรฐานและคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างครบวงจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดและเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

เปิดตัวโรงงานต้นแบบ“8-พร้อม-พัฒน์
สำหรับการจัดกิจกรรมเปิดบ้านสุพรรณในครั้งนี้ เป็นการสร้างการรับรู้ถึงการให้บริการที่แตกต่างของ DIPROM ITC @DC8 โดยเป็นสถานที่ผลิตต้นแบบแห่งแรกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP ภายใต้ชื่อ“8-พร้อม-พัฒน์ (8 PROM PLUS)” ซึ่งมีการบ่มเพาะผลิตภัณฑ์ต้นแบบที่ผ่ากระบวนการพัฒนาด้วยเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่ทันสมัย และอยู่ระหว่างการยกระดับสู่มาตรฐานและการขอรับรองที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถต่อยอดสู่การจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยมีผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมผง แป้งข้าว กข.43และผำผงอบแห้ง ซึ่งสะท้อนศักยภาพของการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นสินค้าอาหารมูลค่าสูงที่สามารถแข่งขันในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีศักยภาพ
“การดำเนินงาน DIPROM PLUS เป็นการบูรณาการ “นโยบาย โครงสร้างพื้นฐาน และการปฏิบัติจริง” เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างกลไกใหม่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าและยกระดับมาตรฐานได้จริง ซึ่งไม่เพียงช่วยยกระดับผู้ประกอบการรายบุคคล แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ช่วยสร้างรายได้ เพิ่มการจ้างงาน และยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมอาหารและเกษตรแปรรูปของประเทศให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น อันจะเป็นต้นแบบในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยตั้งแต่ระดับชุมชนให้ก้าวไปสู่เวทีการค้าโลกได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน” น.ส.ณัฏฐิญากล่าวทิ้งท้าย

