‘รมช.เกษตร’ เคลียร์ปม FishAI 9.1 ล้าน ยันโปร่งใส เร่งอัพระบบให้คุ้มงบ ยันไม่ใช่การปิดข่าวย้ายอธิบดีฝนหลวง
เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมช.) เปิดเผยภายหลังเรียกนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจงกรณีโครงการแอพพลิเคชั่น “Thailand FishAI” ของกรมประมง ว่า การหารือครั้งนี้มีขึ้นเพื่อรับทราบรายละเอียดโครงการ เนื่องจากตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 30 วัน โดยจากการชี้แจงพบว่า โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ปี 2568 วงเงินรวม 9.1 ล้านบาท ไม่ได้ใช้งบประมาณของกรมประมงโดยตรง
นายวัชระพล กล่าวว่า งบประมาณดังกล่าวแบ่งเป็นการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) 5 ล้านบาท การจัดทำแอปพลิเคชัน 1 ล้านบาท การจัดทำเว็บไซต์ 1 ล้านบาท การพัฒนาระบบคลาวด์ 1 ล้านบาท รวมถึงการจัดซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต และระบบหลังบ้าน
“ยืนยันว่าจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบความผิดปกติหรือความไม่โปร่งใสของโครงการ และยอมรับว่าประสิทธิภาพการใช้งานในปัจจุบันยังไม่สอดคล้องกับวงเงินลงทุนเท่าที่ควร จึงได้กำชับให้กรมประมง ผู้รับจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งพัฒนาให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด โดยเฉพาะการจำแนกชนิดปลาที่ยังมีข้อจำกัด หากพบปัญหาจะต้องเร่งแก้ไขโดยทันที” นายวัชระพล กล่าว
ในประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัท บลู ซิสเต็ม เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นผู้รับจ้างและได้รับงานจากกรมประมงหลายโครงการ
นายวัชระพล ระบุว่า จากการสอบถามฝ่ายกฎหมายและกระทรวงการคลัง พบว่าบริษัทมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน และการดำเนินการเป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง โดยยังไม่พบพฤติการณ์เอื้อประโยชน์ และยังไม่ถึงขั้นตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตามความคืบหน้าของแอพพลิเคชั่นเป็นรายสัปดาห์ เพื่อเร่งยกระดับประสิทธิภาพการใช้งาน
นายวัชระพล กล่าวว่า ส่วนกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน เรียกร้องให้เปิดเผยรายละเอียดโครงการ โดยเฉพาะการจัดทำ TOR ว่า กระทรวงพร้อมเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ยืนยันว่าการตรวจสอบโครงการดังกล่าว ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกลบกระแสข่าวการโยกย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง แต่เป็นหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลกรมประมง หากพบโครงการใดมีความผิดปกติ ก็พร้อมดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด
ด้าน นายพลพิศิลป์ สุวรรณชัย ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการประมง กรมประมง และหัวหน้าโครงการ “Thailand FishAI” กล่าวว่า โครงการนี้มีเป้าหมายพัฒนาเป็น “ห้องสมุดสัตว์น้ำเคลื่อนที่” ในรูปแบบดิจิทัล เพื่อรวบรวมข้อมูลชนิดพันธุ์สัตว์น้ำและพรรณไม้น้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก พร้อมใช้เทคโนโลยี AI ช่วยจำแนกชนิดปลา และสนับสนุนการสำรวจทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ
“แอพพลิเคชั่นเป็นช่องทางให้ประชาชนติดต่อกับเจ้าหน้าที่กรมประมง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง รวมถึงเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบ เพื่อเพิ่มฐานข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศ โดยยอมรับว่าในระยะเริ่มต้น ระบบอาจมีความคลาดเคลื่อนในการจำแนกชนิดปลา แต่ขณะนี้ทีมวิจัยได้ปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเพิ่มกลไกคัดกรองภาพ หากเป็นภาพที่ไม่ใช่ปลา ระบบจะไม่แสดงผลและแจ้งให้ผู้ใช้งานส่งภาพใหม่” นายพลพิศิลป์ กล่าว
นายพลพิศิลป์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน ระบบสามารถจำแนกชนิดปลาได้ประมาณ 50–52 ชนิด จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ โดยมีความแม่นยำมากกว่า 70% และได้รวบรวมภาพปลาจริงมากกว่า 50,000 ภาพ จากแหล่งเพาะเลี้ยงของกรมประมง เพื่อใช้ในการพัฒนาและฝึกสอน AI อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า การพัฒนา AI ภายในประเทศ จะช่วยรักษาอธิปไตยทางข้อมูล และลดค่าใช้จ่ายระยะยาว เมื่อเทียบกับการใช้บริการจากต่างประเทศที่มีต้นทุนต่อการประมวลผลสูงในอนาคต

