พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6-7 มิถุนายนนี้ กสท.จะเรียกผู้ใช้งาน (ยูสเซอร์) และผู้ผลิตเนื้อหา (คอนเท็นต์) ซึ่งเป็นตัวบุคคล ที่ใช้งานผ่านสื่อสังคมออนไลน์(โซเซียลมีเดีย) เช่น เฟซบุ๊ค ยูทูบ ไลน์ รวมทั้งเน็ตไอดอล ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมาก มาพูดคุยและหารือกัน เพื่อหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันต่อไป เนื่องจากการให้บริการกระจายเสียงหรือบริการโทรทัศน์ผ่านโครงข่ายอื่นที่ไม่ใช่โครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์(OTT) นับเป็นกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 เมื่อเข้าข่ายเป็นกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จึงต้องมีแนวทางกำกับดูแล และพิจารณาต่อไปว่า บริการ OTT มีลักษณะและประเภทของการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อย่างไร
พันเอกนที กล่าวว่า เบื้องต้นจะเรียกผู้ผลิตคอนเท็นต์ดังกล่าวประมาณ 50-100 ราย มาพูดคุยกันก่อน ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดทิศทางว่าจะกำกับอย่างไร คาดว่าข้อกำหนดในการกำกับดูแลและการนำไปใช้ในทางปฏิบัติ ทุกอย่างจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และคาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้ ข้อกำหนดต่างๆจะมีความชัดเจน และภายในเดือนกรกฎาคมนี้จะเริ่มลงมือปฏิบัติได้
พันเอกนที กล่าวอีกว่า สำหรับยูสเซอร์และผู้ผลิตคอนเท็นต์ผ่านทั้งเฟซบุ๊ค ยูทูบ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ซึ่งมีผู้ติดตามจำนวนมากนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดว่าต้องมีผู้ติดตามขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะต้องถูกนับเป็นผู้ให้บริการ OTT อย่างไรก็ตามจะดูจากยอดผู้ติดตามเป็นหลักด้วยว่าเข้าข่ายหรือไม่ ขณะเดียวกันไม่ใช่ผู้ผลิตคอนเท็นต์ผ่านโซเชียลมีเดียทุกรายที่จะเป็นผู้ให้บริการ OTT โดยมองว่าถ้าหากมีการให้ลงทะเบียนผู้ที่ให้บริการ OTT แล้ว และหากมีการกระทำผิดเกิดขึ้น ก็อาจจะเข้าข่ายความผิด พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และพ.ร.บ. การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฯ ซึ่งโทษจะเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย เช่น ตักเตือน ปรับ เพิกถอนใบอนุญาต ขณะที่หากผู้เข้าข่ายเป็น OTT แต่ไม่มาลงทะเบียน หากกระทำผิดขึ้นมาก็อาจจะเข้าข่ายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่ก็จะถูกระงับการเผยแพร่ทันที เพราะไม่มีใบอนุญาต

