หน้าแรก เศรษฐกิจ พิพัฒน์ เร่งค...

พิพัฒน์ เร่งค่าโดยสารตั๋วร่วมใช้ ม.ค.70 เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน 

6.05.26 | 19:10 น.

พิพัฒน์ เร่งค่าโดยสารตั๋วร่วม ใช้ ม.ค.70 เปิดทางเอกชนร่วมลงทุน

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลัง มอบนโยบายให้กับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยเน้นย้ำภารกิจเร่งด่วนในการผลักดันนโยบาย “ค่าโดยสารร่วม” และ “ตั๋วร่วม” ให้เกิดเป็นรูปธรรม เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนในเดือนมกราคม 2570 มุ่งเป้าลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางและสร้างความสะดวกสบายในการเชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าทั่วกรุงเทพฯ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับ แนวทางการบริหารจัดการสัมปทานรถไฟฟ้าว่า การซื้อคืนสัมปทานจำเป็นต้องหารือร่วมกับภาคเอกชนก่อน โดยยืนยันว่ารูปแบบที่ดำเนินการจะไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะของประเทศและอาจไม่จำเป็นต้องซื้อคืนทั้งหมด หากสามารถเจรจาในรูปแบบตั๋วร่วม หรือแนวทางอื่นที่ทำให้รัฐได้ประโยชน์สูงสุด

“เงินที่จะใช้ซื้อคืนจะไม่กระทบหนี้สาธารณะแน่นอน อาจไม่จำเป็นต้องซื้อขาด แต่อาจใช้วิธีหารือในรูปแบบตั๋วร่วม หรือรูปแบบอื่นที่รัฐได้ประโยชน์สูงสุด ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวเลขงบประมาณที่ชัดเจนได้” นายพิพัฒน์ กล่าว

ด้าน นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบอัตราค่าโดยสารร่วม ทั้งการกำหนดเพดานค่าโดยสาร แนวคิดค่าโดยสารแบบโซน รวมถึงระบบ Single Ticket และ Common Ticket โดยต้องบูรณาการความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ กรมการขนส่งทางราง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และผู้ให้บริการแต่ละสาย เนื่องจากเงื่อนไขสัมปทานแตกต่างกัน

นายกาจผจญ กล่าวว่า ทั้งนี้ เส้นทางที่รัฐถือครองโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีแดง จะสามารถดำเนินการได้ง่ายกว่า ขณะที่สายที่อยู่ภายใต้สัมปทานเอกชนยังต้องเจรจาปรับเงื่อนไข โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการหารือร่วมกับกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียว เพื่อผลักดันระบบค่าโดยสารร่วมทั้งเครือข่ายในอนาคต

Advertisement

นายกาจผจญ กล่าวว่า สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ในกรุงเทพฯ รฟม.เตรียมศึกษาสายสีเทาและสายสีเงิน โดยสายสีเทาจะมีการทบทวนรายละเอียดใหม่ทั้งหมด ทั้งประมาณการผู้โดยสาร การออกแบบเส้นทางให้เชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมถึงการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมใหม่ เนื่องจากข้อมูลเดิมมีอายุมากกว่า 5 ปี ขณะที่โครงการสายสีน้ำตาล บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อยู่ระหว่างการทบทวนรูปแบบ หลังมีแนวคิดพัฒนาเป็นทางด่วน ซึ่งอาจกระทบแนวเส้นทางเดิม

นายกาจผจญ กล่าวว่า รฟม.คาดว่า การศึกษาสายสีเทาและสีเงินจะได้ข้อสรุปเบื้องต้นภายใน 2-3 เดือน และใช้เวลาศึกษารายละเอียดประมาณ 1 ปี โดยมีแนวโน้มเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP เพื่อลดภาระงบประมาณของรัฐ ในส่วนความคืบหน้ารถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี หรือสายสีส้มตะวันออก ขณะนี้งานระบบมีความคืบหน้าประมาณ 58% และเตรียมรับมอบขบวนรถชุดแรกในเดือนตุลาคม 2569 หากไม่มีปัจจัยกระทบจากสถานการณ์ภายนอก คาดว่าจะสามารถทดสอบระบบได้ทันที และมีโอกาสเปิดให้บริการได้เร็วขึ้น จากเดิมต้นปี 2571 เป็นช่วงปลายปี 2570

นายกาจผจญ กล่าวว่า นอกจากนี้ รฟม.ยังเดินหน้าพัฒนาเชิงพาณิชย์รอบสถานี (TOD) โดยเฉพาะพื้นที่สถานีพระราม 9 ที่จะพัฒนาเป็นต้นแบบการใช้ประโยชน์ที่ดินร่วมกับหน่วยงานรัฐ เช่น สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อจัดทำพื้นที่บริการทางการแพทย์ ศูนย์สุขภาพ และจุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ
ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนาพื้นที่เชื่อมต่อระบบรางกับรถโดยสาร โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้เช่าพื้นที่เพื่อจัดทำจุดจอดรถโดยสารไฟฟ้า (EV Bus) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อระบบขนส่ง

นายกาจผจญ กล่าวว่า ส่วนการจัดหาขบวนรถเพิ่มเติม ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินได้สั่งซื้อขบวนรถรุ่นใหม่จากบริษัทซีเมนส์ ซึ่งปรับปรุงเทคโนโลยีและการออกแบบภายในให้ทันสมัย คาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่กลางปี 2570 และใช้เวลาทดสอบประมาณ 5 เดือนก่อนเปิดให้บริการ เพื่อรองรับผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น สำหรับแนวคิดการเชื่อมต่อสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์กับสถานีขนส่งหมอชิต 2 ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เพื่อพัฒนาโครงข่ายเชื่อมต่อระบบรางและรถโดยสารในอนาคต

นายกาจผจญ กล่าวว่า ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาค รฟม.เดินหน้าผลักดันโครงการในจังหวัดภูเก็ต เชียงใหม่ และนครราชสีมา โดยมีแนวโน้มใช้รูปแบบ PPP Gross Cost เปิดให้เอกชนร่วมลงทุนเดินรถ ทั้งนี้ โครงการภูเก็ตช่วงท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต–ห้าแยกฉลอง อยู่ระหว่างรอการปรับปรุงถนนจากกรมทางหลวง คาดเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในช่วงปี 2570-2571 และเปิดให้บริการในปี 2575 ขณะที่โครงการเชียงใหม่ สายสีแดง และนครราชสีมา สายสีส้ม อยู่ระหว่างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและปรับรูปแบบโครงการ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2575 เช่นกัน

นายกาจผจญ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขเหตุทรุดตัวบริเวณก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ ผู้ว่าการ รฟม.ระบุว่า สาเหตุเกิดจากปัจจัยภายนอกเหนือการควบคุม ปัจจุบันภาพรวมงานโยธาคืบหน้า 70% และพื้นที่เกิดเหตุคืบหน้าแล้ว 80% คาดว่าจะสามารถคืนผิวจราจรได้ในเดือนพฤษภาคม 2570 โดยยืนยันว่าไม่กระทบต่อกรอบเวลาเปิดให้บริการของโครงการโดยรวม

//////