หน้าแรก เศรษฐกิจ ไทยชู ความมั่...

ไทยชู ความมั่นคงด้านอาหาร ผ่าน THAIFEX-ANUGA 26-30 พ.ค. คาดซื้อขายสะพัด1.3แสนล้าน

7.05.26 | 18:04 น.

ไทยชู’ความมั่นคงด้านอาหาร’ ผ่านTHAIFEX – ANUGA 26-30 พ.ค. คาดซื้อขายสะพัด1.3แสนล้าน

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ปัจจุบันแต่ละภูมิภาคมีบทบาททางการค้ามากขึ้น ส่งผลให้ซัพพลายเชนปรับโครงสร้างใหม่ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงและมองหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน ความมั่นคงด้านอาหารเป็นประเด็นที่หลายประเทศให้ความสำคัญ นอกจากนี้ รูปแบบการแข่งขันเปลี่ยนไป

เพิ่มด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และยังมีกฎระเบียบใหม่ที่กลายเป็นเงื่อนไขบังคับของการค้า เช่น แนวคิด ESG ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์ ผนึก หอการค้าไทย (TCC) และโคโลญเมสเซ่ (Koelnmesse: KM) จัด THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ระหว่าง 26–30 พฤษภาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้ ผู้จัดงานร่วมกันยกระดับงานให้ BIGGER – BETTER – BOLDER ยิ่งใหญ่ขึ้น ดีขึ้น โดดเด่นขึ้น ในทุกมิติ ซึ่งปีนี้มีผู้จัดแสดงสินค้าเกือบ 3,600 บริษัท กว่า 6,700 คูหา จาก 56 ประเทศ จาก เอเชีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา ลาตินอเมริกา และแอฟริกา คาดมีผู้ชมงานกว่า 90,000 ราย จาก 130 ประเทศทั่วโลก และคาดมูลค่าการสั่งซื้อสินค้ารวมกว่า 130,000 ล้านบาท

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ปีนี้ยังได้ขยายพื้นที่เพิ่มขึ้น ครอบคลุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม อาคาร 4 ทำให้มีพื้นที่รวม 140,000 ตร.ม. รองรับสินค้าที่จะนำมาจัดแสดงได้มากขึ้น แบ่งเป็น 9 โซน ได้แก่ เครื่องดื่ม อาหารสำเร็จรูป เทคโนโลยีด้านอาหาร อาหารแช่แข็ง ผักและผลไม้ เนื้อสัตว์ ข้าว อาหารทะเล ขนมขบเคี้ยว พร้อมกิจกรรม ได้แก่ นิทรรศการสินค้าผลไม้ไทยภายใต้แนวคิด THAILAND : The Land of Tropical Fruits นำเสนอแนวคิดการบริโภคผลไม้ไทยทั้งสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ การแสดงสินค้าที่ได้รับรางวัล Agri-Export Star Pitching Challenge จากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนศักยภาพด้านคุณภาพและการพัฒนาสินค้าเกษตรของไทย

นายกฤษณะ วจีไกรลาศ รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าไทย หวังให้งานนี้เกิด Business Matching ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เอสเอ็มอี สตาร์ตอัป และบริษัทขนาดใหญ่ เชื่อมโยงกับผู้นำเข้า ผู้ซื้อ และพันธมิตรทางธุรกิจจากทั่วโลก โดยปีนี้ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมจัดแสดงสินค้า มากกว่า 1,300 บริษัท กว่า 3,500 คูหา ซึ่ง หอการค้าไทย มีเครือข่ายนักธุรกิจและสมาชิกกว่า 250,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมพลังให้การเชื่อมโยงทางธุรกิจเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโต

Advertisement

ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทยได้รับการยอมรับจากสากล และครองอันดับในการเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 15 ของโลก โดยมีเป้าหมายจะผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลก พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกได้โดยตรง อาทิ อาหารแปรรูป อาหารแห่งอนาคต เช่น Plant-Based หรือสินค้าในกลุ่ม Sustainability เช่น Zero Waste บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ Organic Certified รวมถึง Functional Food อาหารเพื่อสุขภาพ โปรไบโอติกส์ และสมุนไพรไทย เป็นต้น

นายแมทเธียส คูเปอร์ กรรมการผู้จัดการและประธานภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โคโลญเมสเซ่ กล่าวว่า ปีนี้มุ่งให้ความสำคัญในด้านนวัตกรรม การจัดหาสินค้า และทิศทางตลาดในอนาคต หนึ่งในไฮไลต์ คือ Future Food Experience+ เน้นประเด็นสำคัญ เช่น ความยั่งยืนของซัพพลายเชน การผลิตอาหารด้วยเทคโนโลยี AI และรูปแบบค้าปลีกยุคใหม่

โดยเพิ่มเติมไฮไลต์ใหม่ ได้แก่ โซน Taste the Future ที่นำวัตถุดิบนวัตกรรมจากทั่วทั้งงานมารังสรรค์เป็นเมนูชิมพิเศษ (Curated Tasting Menu) และโซน New-to-Market Street ที่รวบรวมสินค้าที่เปิดตัวใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาไว้ในพื้นที่เดียว และมีผู้แสดงสินค้าต่างชาติรายใหม่เข้าร่วมงาน ได้แก่ อาร์เมเนีย ฟินแลนด์ จอร์เจีย เลบานอน และมองโกเลีย ซึ่งนำเสนอในรูปแบบพาวิลเลียนระดับประเทศ และยังมีผู้ซื้อที่เข้าร่วมในโปรแกรม Hosted Buyers กว่า 50% เป็นครั้งแรกในปีนี้ โดยมีผู้ซื้อที่ยืนยันเข้าร่วมแล้ว ได้แก่ NTUC FairPrice, City Mart Holding, Korea Seven และ Big C