หน้าแรก เศรษฐกิจ 25 พ.ค.ลงทะเบ...

25 พ.ค.ลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 43ล.คนเฮ 1.5 ล้านร้านค้าร่วม

8.05.26 | 06:25 น.

25 พ.ค.ลงทะเบียน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ 43ล.คนเฮ 1.5 ล้านร้านค้าร่วม เอกชนชี้ ‘แลนด์บริดจ์’ น่าห่วง ‘ศุภจี’ปลื้มมะกันสนใจลงทุน

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส ว่า ขณะนี้ได้จัดทำรายละเอียดต่างๆ โดยเป็นการรวมโครงการคนละครึ่งเดิมและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งคาดการณ์ว่า จะมีผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ จำนวน 43 ล้านคน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ใช้สิทธิสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ และร้านธงฟ้าที่ใช้แอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 1.4-1.5 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ โดยจะมีการทบทวนสิทธิเข้าร่วมโครงการ เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มคนยากจนที่ตกหล่นสามารถลงทะเบียนเข้าสู่ระบบได้ ขณะเดียวกัน จะทำการคัดกรองผู้ที่เคยถือบัตรสวัสดิการฯ แต่ปัจจุบันมีฐานะดีขึ้นหรือรายได้เกินเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ให้ย้ายไปใช้สิทธิในส่วนของคนละครึ่งแทน

นายเอกนิติ กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า จะแบ่งการดำเนินโครงการออกเป็น 2 เฟส ได้แก่ 1.เปิดลงทะเบียนวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ เริ่มใช้จ่ายในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ให้วงเงินเดือนละ 1,000 บาท จำนวน 2 เดือน โดยรัฐช่วยสมทบร้อยละ 60 ประชาชนจ่ายเองร้อยละ 40 ส่วนกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มอีก 700 บาท จากปกติที่ได้รับเดือนละ 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาทต่อเดือน เท่ากับประชาชนทั่วไป และ 2.เริ่มใช้จ่ายต่อเนื่องเดือนกรกฎาคมนี้ โดยผู้เข้าร่วมได้รับเงินสมทบเดือนละ 1,000 บาท จำนวน 2 เดือนเช่นกัน ซึ่งในเฟสนี้จะมีการเริ่มใช้ข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ด้วย

วันเดียวกัน นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) กล่าวถึงการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ร่วมกับทีมไทยแลนด์+ ระหว่างวันที่ 4 – 5 พฤษภาคม 2569 ว่า การเยือนครั้งนี้ ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญและหารือกับทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของสหรัฐอย่างรอบด้าน

นางศุภจี กล่าวว่า ยังได้หารือกับผู้แทนจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดี และฝ่ายสหรัฐแสดงความพร้อมในการอำนวยความสะดวกการลงทุนของภาคเอกชนไทยในสหรัฐ และว่า ภาคเอกชนสหรัฐได้แสดงความสนใจในการขยายความร่วมมือและการลงทุนในไทยเพิ่มเติมในสาขาที่ไทยและสหรัฐ มีศักยภาพและพร้อมส่งเสริมซึ่งกันและกัน อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหาร การท่องเที่ยวและโรงแรม ตลอดจนการเป็นหุ้นส่วนที่จะสนับสนุนความยืดหยุ่นในห่วงโซ่อุปทาน และการผลิตร่วมในภูมิภาค รวมถึงการใช้ไทยเป็นฐานการลงทุนและเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคอาเซียน

ด้าน นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสายงานเศรษฐกิจวิชาการ กล่าวว่า เห็นด้วยในหลักการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงานและประคับประคองเศรษฐกิจ ในส่วนของงบประมาณที่จะนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เห็นว่ารัฐบาลควรดำเนินการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ มองว่าโครงการแลนด์บริดจ์จำเป็นต้องศึกษารายละเอียดอย่างรอบด้าน ทั้งมิติด้านสิ่งแวดล้อม ระบบโลจิสติกส์ การเชื่อมโยงทางราง ทางเรือ และทางถนน รวมถึงผลกระทบต่อชุมชนและการพัฒนาภาคใต้ในภาพรวม เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างยั่งยืน

Advertisement

ขณะที่ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย กล่าวถึงโครงการแลนด์บริดจ์ว่า โครงการนี้ผลักดันมาหลายรัฐบาล โดยรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเป็นนโยบายเรือธงของพรรคภูมิใจไทย ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเกิดและไม่เกิดของโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้คือ สามารถร่นระยะเวลาเดินทางผ่านช่องแคบมะละกามากน้อยเพียงใด จากข้อมูลของโครงการระบุว่า ร่นระยะเวลาได้มากกว่า 4 วัน แต่ข้อเท็จจริงซึ่งเคยศึกษาดูงานจับเวลาผ่านช่องแคบมะละกาพบว่าไม่เกิน 2 วัน จากข้อมูลทางวิชาการระบุว่าการเดินทางในช่องแคบมะละกา โดยนำปัจจัยด้านจราจรและสภาพอากาศค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 48 ชั่วโมง ขณะที่การใช้ท่าเรือแลนด์บริดจ์ เป็นลักษณะขนถ่ายข้ามลำเรือจากท่าหนึ่งไปอีกท่า และต้องมีการขนส่งข้ามแลนด์บริดจ์ทำให้ใช้เวลาประมาณ 54 ชั่วโมง ใช้เวลามากกว่า 6 ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้การประหยัดเวลาไม่ใช่จุดแข็งของไทย