หน้าแรก เศรษฐกิจ สวนสยาม ชำแหล...

สวนสยาม ชำแหละ แลนด์บริดจ์ เตือนรัฐบาล ต้องรอบคอบ-อย่าบ้าจี้ยกแข่งเทียบมะละกา

10.05.26 | 14:49 น.

สวนสยาม ชำแหละ ‘แลนด์บริดจ์’ เตือนรัฐต้องรอบคอบ-อย่าบ้าจี้ยกแข่งเทียบมะละกา

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทสยามพาร์คซิตี้ ผู้ประกอบกิจการสยามอะเมซิ่งพาร์ค (สวนสยาม) ผู้บริหารสวนน้ำสวนสนุก กล่าวถึงโครงการ Land Bridge ว่าประเทศไทยจะได้ประโยชน์แค่ไหน นั้น คงขึ้นอยู่กับมุมมองทางยุทธศาสตร์ และการวางตำแหน่งของประเทศไทย ภายใต้บริบทภูมิรัฐศาสตร์โลกที่มีความไม่แน่นอนมากขึ้น สำหรับประเทศไทย ควรวางตำแหน่งโครงการ Land Bridge ในฐานะการเพิ่มทางเลือก ให้กับการขนส่งสินค้าและการเชื่อมโยงภูมิภาค มากกว่า การมองว่าเป็นการแข่งขันกับประเทศใดหรือเส้นทางใดโดยตรง

“หากมอง Land Bridge ในฐานะโครงการเพื่อแข่งขันกับการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกาโดยตรง ผมมองว่ายังมีคำถามเรื่องความคุ้มค่าการลงทุน รวมถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ แต่หากมองในมิติของยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ภูมิภาค โดยเชื่อมจีนตอนในออกสู่มหาสมุทรอินเดีย ผ่านท่าเรือฝั่งอันดามันที่จะพัฒนาเพิ่มเติม เชื่อมต่ออ่าวไทยและท่าเรือแหลมฉบังซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว รวมถึงต่อเนื่องไปยังเครือข่ายท่าเรือในมาเลเซียและสิงคโปร์ ก็ถือเป็นแนวคิดที่มีศักยภาพในระยะยาว แนวทางลักษณะนี้อาจช่วยใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเดิม ลดต้นทุนการลงทุนและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ช่วยยกระดับบทบาทของไทยในห่วงโซ่การค้าระดับภูมิภาค และเพิ่มความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวโครงการ คือ รูปแบบการลงทุน และ เงื่อนไขของรัฐ” นายวุฒิชัย กล่าว

นายวุฒิชัย กล่าวว่า สำหรับโครงการขนาดใหญ่มูลค่าสูงเช่นนี้ ส่วนตัวมองว่ารัฐไม่ควรเป็นผู้ลงทุนและบริหารเองทั้งหมด แต่ควรเปิดโอกาสให้เอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามาร่วมลงทุนและบริหารจัดการ ภายใต้เงื่อนไขที่ประเทศไทยไม่เสียเปรียบในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเอกชนลงทุน หรือการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) รัฐควรกำหนดเงื่อนไขสำคัญ เช่น สิทธิในการเข้าถือหุ้นเพิ่มเติมเมื่อมีการเพิ่มทุน การคุ้มครองผลประโยชน์ด้านยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาบุคลากรไทยอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ดี รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการศึกษาแนวทางนี้เพิ่มเติมในรายละเอียด โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญ เช่น ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานเดิม ความเป็นไปได้ในการดึงปริมาณสินค้าจริงเข้าสู่ระบบ ตลอดจนผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต โครงการลักษณะนี้ไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของการก่อสร้างขนาดใหญ่ แต่ควรพิจารณาในฐานะยุทธศาสตร์ระดับประเทศที่จะส่งผลต่อทิศทางเศรษฐกิจ การค้า และบทบาทของประเทศไทยในภูมิภาคในระยะยาว