หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.เผยปชน.เข้...

พณ.เผยปชน.เข้าคิว 5 แสนคน ซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ทุกศุกร์ 2 ครั้ง ยอดรวมกว่า 60 ล้านบ.

10.05.26 | 15:23 น.

พณ.เผยประชาชนเข้าคิว 5 แสนคน ซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ ทุกศุกร์ 2 ครั้ง ยอดรวม 60 ล้านบาท

วันที่ 10 พฤษภาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ร่วมกัน Kick Off จำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ณ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกยิ่งขึ้น ช่วยลดค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นในปัจจุบัน และนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศเป็นจุดกระจายสินค้าแก่ประชาชนทั่วประเทศ

พบว่า ผลการจำหน่ายสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอ 878 แห่งทั่วประเทศ 2 วัน วันศุกร์ที่ 1 และ วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนจับจ่ายซื้อสินค้ารวม 60,854,290.45 บาท แบ่งเป็น วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม 2569 ยอดซื้อสินค้า 33,738,292.45 ล้านบาท วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม 2569 ยอดซื้อสินค้า 27,115,998 บาท

วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้า 283,894 คน และมีร้านค้าที่เข้าร่วม 12,491 ร้าน แบ่งเป็น ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,245 ร้าน ร้านค้า OTOP 5,749 ร้าน ร้านค้าชุมชน 5,497 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.จังหวัดสุรินทร์ 1,192,891 บาท 2.จังหวัดนครราชสีมา 1,167,683 บาท 3.จังหวัดเชียงใหม่ 1,057,660 บาท 4.จังหวัดขอนแก่น 1,056,944 บาท 5.จังหวัดยะลา 836,991 บาท และอำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอกาบัง จ.ยะลา 468,956 บาท 2.อำเภอบางใหญ่ จ.นนทบุรี 277,000 บาท 3.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 269,870 บาท 4.อำเภอจอมพระ จ.สุรินทร์ 228,207 บาท 5.อำเภอสมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ 210,934 บาท

สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ 1.น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร 2.ไข่ไก่ ,ไข่เป็ด 3.ผลิตภัณฑ์ซักผ้า 4.ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม 5.ข้าวทุกประเภท

Advertisement

กลุ่มสินค้า OTOP 1.ประเภทอาหาร 2.ประเภทผ้า , เครื่องแต่งกาย 3.ประเภทของใช้ 4.ประเภทเครื่องดื่ม 5.ประเภทสมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร กลุ่มสินค้าอื่นๆ 1.อาหารสด 2.อาหารแปรรูป 3. ขนม , เบเกอรี่ 4.เครื่องดื่ม 5.ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร

ครั้งที่ 2 ศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม มีประชาชนเข้าร่วมซื้อสินค้า 217,619 คนมีร้านค้าที่เข้าร่วม 9,721 ร้าน แบ่งเป็น ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ 1,210 ร้าน ร้านค้า OTOP 4,506 ร้าน ร้านค้าชุมชน 4,005 ร้าน จังหวัดที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จังหวัดสุรินทร์ 1,047,798 บาท จังหวัดนครราชสีมา 937,358 บาท จังหวัดเชียงใหม่ 880,018 บาท จังหวัดชลบุรี 833,726 บาท จังหวัดราชบุรี 741,810 บาท และอำเภอที่มีการซื้อสินค้าไทยช่วยไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.อำเภอเมืองสระบุรี จ.สระบุรี 348,227 บาท 2.อำเภอเมืองราชบุรี จ.ราชบุรี 280,019 บาท 3.อำเภอเมืองยะลา จ.ยะลา 266,846 บาท 4.อำเภอเมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ 257,144 บาท 5.อำเภอเมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต 255,700 บาท

สินค้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุด ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร ไข่ไก่ ไข่เป็ด ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม น้ำตาล กลุ่มสินค้า OTOP คือ อาหาร ผ้า เครื่องแต่งกาย ของใช้ เครื่องดื่ม สมุนไพรที่ไม่ใช่อาหาร กลุ่มสินค้าอื่น ๆ ทั้งอาหารสด วัตถุดิบประกอบอาหาร อาหารแปรรูป ขนม เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม

ทั้งนี้ ประชาชนทุกภูมิภาคสามารถจับจ่ายซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ ได้ทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม 2569 โดยเหลืออีก 3 ครั้ง ได้แก่ วันศุกร์ที่ 15, 22 และ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30–16.30 น. จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมซื้อสินค้าไทยช่วยไทย ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ 878 แห่ง ในราคาลดแล้วลดอีกสูงสุดถึง 58% เป็นสินค้าราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยคัดเลือกสินค้าอุปโภค-บริโภคจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่กว่า 3,000 รายการ และสินค้าราคาโปรโมชั่นจากห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น รวมถึงสินค้า OTOP และ สินค้าชุมชนจากผู้ประกอบการชุมชน อาทิ อาหาร สินค้าเกษตรแปรรูป เสื้อผ้า และสินค้าปรุงสำเร็จ เข้าร่วมจำหน่าย

ขณะเดียวกันยังสามารถซื้อสินค้าไทยช่วยไทยได้ที่ห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ อาทิ TOPs, BigC, Lotus’s, Makro, CJ, Go Wholesale และ ห้างค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่น ใกล้บ้านท่านได้อีกด้วย เพื่อสร้างความเสมอภาคและกระจายความเท่าเทียมในการเข้าถึงโอกาสเลือกซื้อสินค้าราคาถูก คุณภาพดี สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการสร้างความสมดุลระหว่าง ผู้ขายอยู่ได้ ผู้ซื้ออยู่รอด

โดยภาครัฐจะเข้าไปช่วยสนับสนุนผ่านมาตรการต่าง ๆ ทั้งการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่าย และการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เข้าถึงทุกพื้นที่ในประเทศ ผ่านการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค ชุมชน และร้านค้าท้องถิ่น ทำให้ประชาชนในทุกพื้นที่ได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง

“ปัจจุบัน ไทยช่วยไทย กลายเป็นโมเดลสำคัญในการบูรณาการร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดค่าครองชีพให้กับประชาชน แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ผลิตสินค้า SME ไทย ให้เติบโตไปพร้อมกับความร่วมมือในครั้งนี้ด้วย และต้องขอบคุณกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และนายอำเภอทุกแห่งที่ร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมดีๆ เพื่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ” นายพูนพงษ์ กล่าว