หน้าแรก เศรษฐกิจ ‘ROVULA’ผู้นำ...

‘ROVULA’ผู้นำนวัตกรรม ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ‘Xplorer’ มุ่งระบบนิเวศหุ่นยนต์ใต้ทะเลปราศจากคน

13.05.26 | 13:31 น.

หมายเหตุนายภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด บรรยายในหัวข้อ Xplorer ยานสำรวจใต้น้ำอัตโนมัติ พลิกศักยภาพเทคโนโลยีขั้นสูงไทยสู่สากล ที่งานสัมมนา “Matichon X AIS Forum 2026 : Innovation Changes Thailand นวัตกรรมเปลี่ยนประเทศ” ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

บนพื้นทะเลโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติวางอยู่มากถึง 27,134 กม. และจำนวนท่อจะเพิ่มมากขึ้นตามความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ ที่จะต้องอาศัยพลังงานในการขับเคลื่อน ในขณะที่ท่อจำนวนหนึ่งจะมีอายุมากขึ้นและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ท่อทุกเส้นต่างต้องการการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเช่นกัน ทั้งนี้ จากการประเมินตลาดของงานตรวจสอบท่อใต้ทะเลนั้น มีมูลค่าถึง 1,130 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยสำหรับโอกาสในการทำธุรกิจ และโอกาสในการแบ่งสัดส่วนทางการตลาด

⦁‘Xplorer’เซฟต้นทุน-เพิ่มความปลอดภัย-เร็วกว่าเดิม 2 เท่า

การตรวจสอบท่อใต้ทะเลโดยเรือเดินชนิดพิเศษที่เรียกว่า เรือ DP2 (Dynamic Positioning Class 2) จะมีระบบที่ช่วยรักษาตำแหน่งของเรือไม่ให้ไหลไปตามคลื่นและลม โดยบนเรือ DP2 จะมียานใต้น้ำแบบบังคับมือระยะไกล ผ่านสายสัญญาณที่เรียกว่า ROV (Remotely Operated Vehicle) ซึ่งจะติดตั้งเซ็นเซอร์ต่างๆ สำหรับเก็บข้อมูลของท่อเพื่อใช้ในการตรวจสอบ ก่อนที่จะให้นักวิเคราะห์นำไปวิเคราะห์ความเสียหายต่างๆ ในการทำงานยาน ROV จะถูกปล่อยลงมาจากเรือ DP2 จากนั้นผู้ควบคุมจะบังคับ ROV และเรือ DP2 ให้เคลื่อนที่ไปพร้อมๆ กันตามแนวท่อ โดยที่ทั้งคู่จะมีสายสัญญาณผูกติดกันไปตลอดเวลา ทำให้การควบคุมเรือต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก โดยเฉพาะเวลาเข้าใกล้ฐานผลิต ทำให้จำเป็นต้องใช้เรือชนิดพิเศษที่มีสมรรถนะสูง DP2 ซึ่งมีอุปกรณ์ที่ทำงานแบบ Redundant และซับซ้อน เป็นฐานปฏิบัติการ ROV เพื่อลดความเสี่ยงจากการชนฐานผลิต

ทั้งนี้ เรือประเภทนี้มีค่าเช่าที่สูง ทำให้ต้นทุนของการตรวจสอบท่อด้วยวิธีนี้นั้นมีค่าใช้จ่ายประมาณ 120,000 เหรียญสหรัฐต่อวัน ซึ่งในวง 1 รอบการตรวจสอบท่อใต้ทะเลนั้น จะใช้เวลาประมาณ 100 วัน ทำให้แต่ละปีจะต้องใช้งบประมาณกว่า 12 ล้านเหรียญในการตรวจสอบท่อเหล่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากๆ เมื่อเทียบกับกิจกรรมอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อวิเคราะห์ต้นทุนก็จะเห็นว่า ค่าใช้จ่ายสูงสุดมากกว่าครึ่งจะอยู่ที่ค่าเช่าเรือ DP2 และค่าเชื้อเพลิง

Advertisement

ยานใต้น้ำอัตโนมัติ Xplorer ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เนื่องจากสามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องมีสายสัญญาณผูกติดกับเรือที่ใช้เป็นฐานปฏิบัติการตลอดเวลา ทำให้ในขณะทำงานใกล้กับแท่นผลิตไม่จำเป็นต้องนำเรือไปทำงานในระยะประชิด เกิดเหตุฉุกเฉินใดๆ สามารถถอยเรือออกมาโดยไม่ต้องกังวลกับยานที่อยู่ใต้น้ำ ทำให้สามารถใช้ร่วมกับเรือสมรรถนะทั่วไปอย่าง DP1 อย่างปลอดภัยได้ เช่น ไม่ว่าจะเกิดพายุ หรือเหตุการณ์ผิดปกติ กัปตันก็สามารถบังคับเรือถอยออกห่างได้ทันทีโดยไม่ต้องกังวลถึงยานใต้น้ำเพราะไม่ได้ผูกติดกัน ขณะเดียวกัน Xplorer ยังสามารถเดินทางได้เร็วกว่า ROV ถึง 2 เท่า อีกด้วย

ไอเดียที่ว่า ถ้าสมมุติเรามีนวัตกรรมอะไรสักอย่าง ที่มาใช้ร่วมกับเรือทั่วๆ ไปได้ หาได้ง่ายๆ ราคาไม่สูงมาก เช่น เรือ DP1 จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบท่อใต้ทะเลถูกลงถึง 10% เรียกได้ว่ามีมูลค่าที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจึงเกิดเป็นโซลูชั่นของยานใต้น้ำอัตโนมัติไร้สายที่ชื่อว่า Xplorer

⦁ขั้นตอนการทำงานของยาน ‘Xplorer’

สำหรับวงรอบการทำงานของ Xplorer จะเริ่มจากการปล่อย Dock station ที่มี Xplorer เก็บอยู่ด้านในลงสู่พื้นทะเล จากนั้นผู้ควบคุมจะสั่งให้เขาออกมาผ่านคลื่นเสียง เพื่อทำการ Calibrate ตัวเองในครั้งแรก ก่อนที่ยาน Xplorer จะเริ่มวิ่งไปตามท่อแบบอัตโนมัติ เมื่อถึงจุดสิ้นสุด หรือแบตเตอรี่ใกล้หมด ผู้ควบคุมจะสั่งหยุดพร้อมกับปล่อย Dock station ลงสู่พื้นทะเลก่อนที่จะสั่งให้ Xplorer วิ่งกลับเข้าไปแบบอัตโนมัติเพื่อทำการดาวน์โหลดข้อมูลและสลับแบตเตอรี่ เพื่อให้พร้อมลงปฏิบัติงานในวงรอบถัดไป โดยยาน Xplorer มีน้ำหนักเกือบ 1 ตัน เคลื่อนที่ด้วยใบพัด 8 อัน การออกแบบต้องอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมชั้นสูง เนื่องจากยานต้องทำงานอยู่ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ค่อนข้างท้าทายในความลึก 300 ม. ระบบซอฟต์แวร์ต่างๆ จึงต้องฉลาดได้ด้วยตัวเองเพื่อเอาตัวรอดในสภาวะใต้น้ำได้

ความท้าทายอีกด้านคือการสื่อสารกับตัวยาน เนื่องจากข้อจำกัดทางฟิสิกส์ จึงทำให้ไม่สามารถใช้สัญญาณวิทยุ สิ่งเดียวที่ใช้ได้คือการส่งผ่านสัญญาณเสียง ซึ่งมีแบนด์วิดธ์ค่อนข้างน้อยจึงต้องบีบอัดข้อมูลเพื่อให้ยานแม่สามารถติดต่อกับยานใต้น้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งข้อมูลที่บันทึกไว้ในตัว Xplorer จะถูกอัพโหลดขึ้นไปบน WebApp เพื่อให้ผู้ใช้ได้ใช้งาน ซึ่งจะประกอบไปด้วยภาพวิดีโอความละเอียดสูง กราฟที่แสดงถึงค่าการกัดกร่อนที่เกิดขึ้นบนท่อ ภาพจาก Sonar เพื่อดูวัตถุขนาดใหญ่ๆ ที่อยู่ในบริเวณท่อ ภาพตัดขวางของท่อเพื่อให้เห็นระยะระหว่างท้องท่อและพื้น พื้นผิว 3 มิติ บริเวณท่อ เพื่อที่จะใช้วัดระยะของท่อส่วนที่ตกท้องช้าง ซึ่งถ้ายาวไปจะส่งผลเสียต่อความมั่นคงของท่อเส้นนั้น และบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะให้ Inspector มาทำการ Review แล้วกรอกข้อมูลลงไป ซึ่งในอนาคตจะให้เอไอช่วยกรองแทน

ความแตกต่างระหว่าง Xplorer กับยานใต้น้ำอัตโนมัติทั่วไป คือ Xplorer มีขีดความสามารถเฉพาะสำหรับงานตรวจสอบท่อ โดยใช้เอไอในการติดตามแนวท่อจากภาพ ร่วมกับข้อมูล Sonar และแผนที่ท่อใต้น้ำ เพื่อให้เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ แม้ท่อจะจมอยู่ใต้ดิน รวมทั้ง Xplorer สามารถเข้าสู่ Dock station ได้อัตโนมัติ โดยใช้ภาพ Sonar เพื่อระบุตำแหน่งของสถานีจากระยะไกล และใช้ AR TAG ในการนำทางให้ยานกลับเข้าสู่สถานีได้อย่างแม่นยำ วิธีนี้ปลอดภัยกว่าการนำยานขึ้นสู่ผิวน้ำเพื่อเก็บ เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงจากคลื่นลม

เส้นทางของยาน Xplorer เริ่มต้นตั้งแต่ในตอนที่เป็นพนักงานอยู่ที่บริษัท ปตท.สผ. มีความสนใจเรื่องการจะนำนวัตกรรมหุ่นยนต์เพิ่มประสิทธิภาพ operation เมื่อพบวิธีแก้ไขจึงไปจับมือกับภาคการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย โดยหากนับเวลาจากวันแรกที่ทำตัว prototype จนถึงวันนี้ใช้จะเวลาทั้งหมด 8 ปี ทั้งนี้ เล่าย้อนไปในปี 2013-2016 ตอนนั้นบริษัท ปตท.สผ.ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อส่งนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันงานสร้างหุ่นยนต์อัตโนมัติใต้น้ำ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา วัตถุประสงค์เพื่อเตรียมองค์ความรู้และบุคลากรให้พร้อมสำหรับการทำงานจริงสำหรับหุ่นยนต์ใต้น้ำเพื่อการตรวจสอบท่อจริงๆ จนสามารถผ่านเข้ารอบไฟนัล เป็น 1 ใน 5 ทีมที่ดีที่สุดจาก 40 ทีมทั่วโลก

หลังจากนั้นเราจึงตัดสินใจทำตัว prototype ขึ้นในปื 2017 และ prototype V.2 ในปี 2019 โดยตั้งชื่อว่า Xplorer เวอร์ชั่นแรก ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการตรวจสอบท่อน้ำมันใต้น้ำครั้งแรกที่ Field ของ ปตท.สผ. นำไปสู่การตัดสินใจทำ Commercial Model ซึ่งสำเร็จในปี 2023 และสามารถให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในช่วงปลายปี 2024 จนถึงปัจจุบัน

⦁ปักหมุดขยายทั่ว SEA มุ่งสู่ระบบนิเวศหุ่นยนต์ใต้ทะเลที่ปราศจากคน

นับตั้งแต่ปี 2020 Xplorer ได้ทำงานตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเลไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ 700 กม. ทั้งในและต่างประเทศ ณ ปัจจุบันครอบคลุมทั้งประเทศไทยและมาเลเซีย ซึ่งมีแผนจะขยายไปให้บริการทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จนถึงตะวันออกกลางในอนาคต ทั้งนี้ สำหรับแผนการพัฒนาเทคโนโลยีในระยะยาว ROVULA มีเป้าหมายที่จะมุ่งไปสู่ระบบนิเวศหุ่นยนต์ใต้ทะเล ซึ่งจะทำให้ Operation นอกชายฝั่งปราศจากคนและเรือสนับสนุนขนาดใหญ่โดยสมบูรณ์

สำหรับปัจจัยสู่ความสำเร็จมี 5 ปัจจัย ได้แก่ 1.ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ดีระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคการศึกษา 2.กลยุทธ์โมเดลการแตกธุรกิจ (Spin-off) ผ่านบริษัท ROVULA เพิ่มความคล่องตัวต่อการแข่งขันในตลาด 3.การสนับสนุนในระยะยาวของ ปตท.สผ. เพื่อทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ 4.พื้นที่ Sandbox จาก ปตท.สผ.สำหรับทดสอบใช้งานจริง และสุดท้าย 5.การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทย

เชื่อว่าเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่ ROVULA มีสามารถต่อยอดไปยังตลาดอื่นๆ ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เช่น การเฝ้าระวังเรือดำน้ำ การค้นหาทำลายทุ่นระเบิด หรือแม้กระทั่งในธุรกิจ Oil and Gas ที่นอกเหนือจากการตรวจสอบท่อ เช่น การสนับสนุนการหาแหล่งพลังงาน งานสนับสนุนการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องแร่หายาก หรือสิ่งแวดล้อม เป็นต้น