เอกนิติ ชู 5T ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย-ชี้เปลี่ยนผ่านพลังงานคือทางรอดของไทย
มองความเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสลงทุนครั้งใหญ่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน “SUBCON Thailand – INTERMACH – Plastics & Rubber Thailand 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของโลกหลายด้าน อาทิ ด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และพลังงาน ซึ่งส่งผลต่อโครงสร้างการผลิตและการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั่วโลก ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งถือเป็น โอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุนและเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ซัพพลายเชนโลก
นายเอกนิติ กล่าวว่า การจัดงาน SUBCON Thailand ปีนี้มีความสำคัญมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบ 20 ปี เพราะเกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านของโลก ทั้งความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ วิกฤตพลังงาน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI และดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว
“เมื่อ 2-3 ปีก่อน เราพูดกันเรื่องความผันผวน ความไม่แน่นอน แต่วันนี้ความเสี่ยงเหล่านั้นเกิดขึ้นจริงแล้ว และกระทบทั้งเศรษฐกิจและการดำเนินธุรกิจทั่วโลก” นายเอกนิติ กล่าว
เผยยื่นลงทุนไทยปี 68 พุ่ง 1.8 ล้านล้านบาท
นายเอกนิติ กล่าวว่า แม้โลกจะเผชิญวิกฤต แต่ประเทศไทยกลับได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้น เพราะเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพ มีโครงสร้างพื้นฐานและฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง สะท้อนจากตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI ในปี 2568 มูลค่า 1.8 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 60% อย่างไรก็ตาม โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่ทำให้มีการลงทุนเข้ามา แต่ต้องเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้เป็นการลงทุนจริง ที่ส่งต่อไปถึงเอสเอ็มอี ซัพพลายเออร์ และประชาชนได้ อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ AI และดิจิทัล ซึ่งกำลังเปลี่ยนทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยปัจจุบัน BOI เริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในการทำงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
“เมื่อ 3 ปีก่อน เราเพิ่งเริ่มใช้ ChatGPT แต่วันนี้มี Agentic AI ที่ทำงานแทนคนได้แล้ว คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้เอสเอ็มอีไทยใช้เทคโนโลยีเหล่านี้เพื่อเปลี่ยนผ่านธุรกิจได้ทันโลก” นายเอกนิติ กล่าว

เปลี่ยนผ่านพลังงานคือทางรอด
นายเอกนิติ กล่าวว่า นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านของพลังงานและการลดคาร์บอน ซึ่งไม่ใช่เรื่อง “ควรทำ” แต่เป็น “ทางรอด” เพราะราคาพลังงานโลกที่เพิ่มสูงขึ้นกำลังกดดันต้นทุนธุรกิจอย่างหนัก หากประเทศไทยไม่เร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด วันหนึ่งเมื่อน้ำมันกลับมาราคาแพงอีกครั้ง ประเทศจะได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากไทยยังพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศในระดับสูง
นายเอกนิติ กล่าวว่า ทั้งนี้ ไทยยังเผชิญความท้าทายด้านโครงสร้างประชากรและแรงงานที่ลดลง จึงจำเป็นต้องเร่งลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ควบคู่กับการใช้ AI และดิจิทัลเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน เนื่องจาก “การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนในมนุษย์” ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้เดินหน้าโครงการ “BOI Fast Pass” เพื่อเร่งกระบวนการอนุมัติการลงทุนให้รวดเร็วขึ้น ซึ่งเริ่มเห็นผลชัดเจนจากตัวเลขการลงทุนจริงในไตรมาสแรกปีนี้ที่ขยายตัว 18%
ชู 5T ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย
นายเอกนิติ กล่าวว่า หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสในบริบทโลกยุคใหม่ คือหลัก 5T ได้แก่ Target การมุ่งเป้าใช้ทรัพยากรให้ตรงจุด, Transition การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่, Transform การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้การเติบโตถึง SMEs ชุมชน และแรงงาน, Transparency โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน และ Together การรวมพลังรัฐ เอกชน ประชาชน และผู้ประกอบการ
“วันนี้ประเทศไทยไม่มีทางเลือก เราต้องช่วยกันทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ประเทศกลับมายืนอยู่บนเวทีโลกได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง” นายเอกนิติ กล่าว


