หน้าแรก เศรษฐกิจ คนไทยอายุต่ำก...

คนไทยอายุต่ำกว่า 30 ปี 50% เป็นหนี้ เกษียณแล้วยังแบกหนี้ต่อ ธปท.เตือน ใช้ก่อนจ่ายทีหลังอันตราย

13.05.26 | 16:17 น.

คนไทยอายุต่ำกว่า 30 ปี 50% เป็นหนี้ เกษียณแล้วยังแบกหนี้ต่อ ธปท.เตือน ใช้ก่อนจ่ายทีหลัง อันตราย

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนในปัจจุบัน กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจและการดำรงชีพของคนไทยไม่น้อย หลายคนเป็นหนี้เพิ่มมากขึ้น

ล่าสุด นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในเวทีสัมมนาในงาน Money EXPO 2026 พูดถึงภาวะหนี้ของคนไทย และสถานการณ์เศรษฐกิจไทย ว่า จากข้อมูลที่เรามี ตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งปีที่แล้ว ไม่ว่าช่วงไหน รายจ่ายของคนไทย มากกว่ารายได้โดยเฉลี่ยโดยเสมอ หมายความว่ามีใครหลายคนเป็นหนี้ เป็นจุดที่ทำอย่างไรจะแก้ปัญหาได้

นางสาวชญาวดี กล่าวว่า เมื่อลงรายละเอียดไปอีก จะพบว่า 1.ปัญหาของไทยคือ เป็นหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย คือ 50% ของคนอายุต่ำกว่า 30 ปี เป็นหนี้แล้ว และในอายุประมาณ 29 ปี นั้น 1 ใน 5 เป็นหนี้เสีย (NPL) 2.คนไทยมีหนี้มากขึ้น 21 ล้านคนไทยที่เป็นหนี้ มี 3 ล้านคน เป็นหนี้เสีย และ 3.เกษียณไปแล้ว ก็ยังเป็นหนี้อยู่ โดยคนไทยอายุ 60-69 เป็นหนี้ 4 แสนบาท โดยเฉลี่ยสูงกว่านั้น ขณะที่อายุ 70-79 ปี ยังเป็นหนี้เกือบ 3 แสนบาท นอกจากจะไม่รวยแล้วยังเป็นหนี้ในที่สุด หนี้ก็ตกสู่ลูกหลาน เป็นจุดที่เรามองว่าสำคัญ

นางสาวชญาวดี กล่าวอีกว่า เมื่อไปมองภาพรวมดูว่าประเทศอื่นมีอาการเดียวกันไหม ก็พบว่าหนี้ของคนไทย เป็นหนี้บ้าน 35% เมื่อเทียบกับประเทศอื่นเขาสูงกว่าเราเกือบทั้งหมด แต่หนี้ที่เรากังวลคือหนี้ที่เป็นแล้วไม่สร้างรายได้ หนี้อุปโภค บริโภค ซึ่งมีสัดส่วนเยอะมาก ในขณะที่ประเทศอื่นไม่เยอะเท่า เราเป็นหนี้ที่แก้ยากกว่า

Advertisement

นางสาวชญาวดี กล่าวว่า ธปท. จึงให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ โดยทำได้หลายระดับ และหลายมิติ ได้แก่ 1.แก้หนี้ เริ่มที่ตัวเรา ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขายทรัพย์สิน และ กู้เงินที่ดอกต่ำกว่ามาโปะหนี้ที่ดอกสูง 2.แก้หนี้ ติดต่อเจ้าหนี้โดยตรง เข้าใจว่าคนใช้หนี้นอกระบบอาจจะกังวล แต่หนี้ในระบบมีกฎหมายคุ้มครองลูกหนี้ ตามกฎหมายเขามีหน้าที่ช่วยลูกหนี้ ควรปรับโครงสร้างหนี้ ลดดอก ลดค่างวด ก็เกิดขึ้นได้ และ 3.หาตัวช่วยเพิ่ม มีมาตรการแก้หนี้ของ ธปท. ติดต่อช่องทางแก้หนี้

ผู้ช่วยผู้ว่าการแบงก์ชาติ ยังแสดงความเป็นห่วง ต่อกรณีหนี้เสียว่า หลายคนอาจไม่รู้ว่าตัวเองเป็นหนี้เสีย ซึ่งบางคนกู้มาจับจ่ายใช้สอย ทำให้มันรุงรัง เวลาที่ไปกู้เงินใหม่ ทำให้กู้ไม่ได้ การปรับตัวคือต้องทำให้ตัวเองเบาที่สุด และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการรายจ่าย ยิ่งตอนนี้มีโปรแกรมเอาของมาก่อนจ่ายที่หลัง แม้กระทั่งส้มตำยังผ่อน เราจะบริหารจัดการอย่างไร เรากังวลมากๆ ว่าพฤติกรรมของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนรุ่นใหม่ ที่มีชีวิตติดแพลตฟอร์ม ที่การทำให้วินัยการใช้เงินเสียไป

ในยุคที่รายได้คงที่ รายจ่ายสูงขึ้นเช่นนี้ นางสาวชญาวดี ย้ำว่า “ช่วงนี้ต้องไม่เสียวินัยการเงินเด็ดขาด ตอนนี้อย่าลอง ไม่ใช่เวลา เพราะแม้จะมีรายได้คงที่ เพราะรายจ่ายสูงขึ้น ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร สูงขึ้นแล้วแน่นอน ถ้าคุณใช้จ่ายดี จะเหลือเงินออม เงินลงทุน จะใช้จ่าย ขอให้ใช้เวลาก่อนใช้จ่ายตกผลึกว่า ต้องใช้หรือเปล่า”

พร้อมกันนี้ นางสาวชญาวดี ยังยกตัวอย่างสมการการออมเงินที่ควรยึดไว้คือ รายได้ ลบเงินออม ค่อยเป็นสิ่งที่เหลือมาใช้สอย แม้จะยาก แต่ถ้าตั้งใจก็ไม่ยาก ถ้าออมได้ 1 ใน 3 คือดี ไปได้ถึงเกษียณ แต่บางช่วงที่ฝืดเคือง ก็ลดลงมาได้ ถ้าออมดีก็งดเว้น และเมื่อพร้อมก็กลับมาได้ ออมไว้ทั้งเกษียณ และ ฉุกเฉิน