นักวิชาการ หวังเงินกู้ 2 แสนล้าน เดินหน้าพลังงานสะอาด แนะเริ่ม ไฮโดรเจน-โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เล็ก
วันที่ 14 พ.ค. นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน เปิดเผยถึงประเด็นเรื่องการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้านบาท ทางด้านพลังงาน ว่า ควรจะมุ่งเร่งรัดให้มีการเปลี่ยนผ่าน เติมเต็มในสิ่งที่ภาครัฐควรจะดำเนินการ และเป็นการกระตุ้นให้ภาคเอกชนลงทุนเพิ่มเติมรวมถึงการกระจายผลกระทบให้มีความเป็นธรรมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
โดยในรายละเอียดนั้น มองว่ามีหลากหลายที่ต้องทำ เช่น เรื่องไฟฟ้าการปรับระบบให้รองรับกับพลังงานสะอาด และพลังงานหมุนเวียนให้ดีมากยิ่งขึ้น การปรับปรุงระบบ Grid ให้มีความทันสมัย ,การส่งเสริมการใช้มิเตอร์อัจฉริยะในระบบไฟฟ้า (Smart Meter) โดยเรื่องไฟฟ้าจะต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการเปลี่ยนผ่านพลังงานส่วนใหญ่ คือ การปรับเปลี่ยนจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลไปสู่พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น
”พลังงานไฟฟ้าต้องผลิตจากพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นประเด็นที่อาจจะต้องดำเนินการเป็นลำดับต้น“นายพรายพลกล่าว
นายพรายพล กล่าวว่า นอกจากนี้จะต้องส่งเสริมให้มีการใช้งานโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงาน รวมถึงการใช้โซลาร์ฟาร์ม และโซลาร์ลอยน้ำ ซึ่งปัจจุบันก็ถือว่าอยู่ในแผนที่จะดำเนินการ
รวมถึงการส่งเสริมยานพาหนะที่ใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ ตุ๊กตุ๊ก เรือ หลังจากนั้นคงเป็นเรื่องของการวิจัย และพัฒนา ซึ่งมีหลากหลายเรื่องที่ต้องทำ เช่น แบตเตอรี่ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งในด้านยานพาหนะและการสำรองไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน จึงต้องมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ไทยพึ่งพาตนเองได้มากขึ้น
การใช้ไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ควรเริ่มทำการทดลองและวิจัยเพื่อรองรับอนาคต การเตรียมการเรื่องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) แม้อาจจะใช้เวลาอีก 5-10 ปี แต่ต้องเริ่มเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ ทั้งเรื่องการออกระเบียบ ข้อบังคับ การหาทำเลที่ตั้ง และการสร้างความเข้าใจและการยอมรับจากประชาชน
นอกจากนี้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ก็ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ทั้งภาครัฐและเอกชนรู้ทิศทางในอีก 20 ปีข้างหน้าและวางแผนการลงทุนได้ถูกต้อง โดยดำเนินการเรื่อง PDP ควบคู่กันไป เพื่อให้สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน แม้จะยังไม่เสร็จเรียบร้อยทั้ง 100% แต่ก็ควรจะต้องเห็นโครงร่างที่ชัดเจน
“เงิน 2 แสนล้านบาท จาก พ.ร.ก.อาจจะไม่เพียงพอที่จะดำเนินการ เพราะแต่ละโครงการต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า เงิน 2 แสนล้านบาท เป็นเพียงแค่เฉพาะของภาครัฐ ซึ่งจะต้องมีเงินของภาคเอกชนเข้ามาเสริมด้วยเพิ่มเติม หรือจะเรียกว่าเป็นส่วนใหญ่ก็ว่าได้ เงิน 2 แสนล้านบาทเป็นเพียงเงินสนับสนุน หรือส่งเสริมให้ทำมากขึ้น”นายพรายพลกล่าว

