เอกชนผนึกกำลังแฉ 10 หน่วยงานรัฐเรียกรับสินบน สูงสุดหลักแสนบาทต่อครั้ง
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน ได้เปิดเผยข้อมูลถึงประสบการณ์ตรงของภาคธุรกิจ เกี่ยวกับการสำรวจภาคเอกชนในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งพบว่า 60.9% ของผู้ขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐพบการสื่อเป็นนัยหรือร้องขอสิ่งตอบแทนในการยื่นขออนุญาตครั้งล่าสุด 45.9% ของบริษัทยืนยันว่าเคยจ่ายเงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวก 37.3% ยืนยันว่าอุตสาหกรรมของตนต้องจ่ายเงินพิเศษเพื่อให้ได้สัญญาภาครัฐ เฉลี่ย 11–15% ของมูลค่าสัญญา รูปแบบสินบนที่พบบ่อยที่สุด เงินสด (46.6%) ของขวัญ/เลี้ยงรับรอง (23.1%) และการบริจาค/สปอนเซอร์ (18.7%)
ในการประกวดราคาครั้งล่าสุด พบสัญญาณน่ากังวล 27.3% มีบุคคลอ้างว่า ช่วยให้ชนะ และ 27.3% ได้รับใบ้ว่า ควรใช้ตัวกลาง/ที่ปรึกษาบางราย สาเหตุหลักที่ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ขั้นตอนซับซ้อน (29.1%) กฎหมายเปิดช่องดุลพินิจมากเกินไป (25.0%) แก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ (18.8%) และกว่า 52.3% ของภาคธุรกิจไม่มีความเชื่อมั่นในช่องทาง Whistleblowing ของรัฐ นอกจากนี้แล้ว 43.7% ระบุว่า ไม่กล้าร้องเรียนเลย แม้พบการเรียกรับผลประโยชน์
จัดอันดับหน่วยงานตามความเสี่ยงสินบน ผลสำรวจรอบนี้เป็นครั้งแรกที่เปิดเผยข้อมูลระดับหน่วยงาน ประกอบด้วย 1.อัตราการเสนอสิ่งตอบแทนต่อจำนวนครั้งที่ติดต่อ และ 2.มูลค่าเฉลี่ยสินบนต่อครั้ง
โดยหน่วยงานที่มีอัตราเสนอสิ่งตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก
ได้แก่ 1. ตำรวจทางหลวง/จราจร จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.69 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.69 คิดเป็น 100%
2. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.06 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 94.4%
3. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.09 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 91.7%
4. กรมเจ้าท่า จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.67 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.50 คิดเป็น 90.0%
5. กรมทางหลวง จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.46 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.20 คิดเป็น 82.0%
6. กรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.58 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 คิดเป็น 78.9%
7. ตำรวจท้องที่ จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.60 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.24 คิดเป็น 77.7%
8. กรมทรัพย์สินทางปัญญา จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.32 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.00 คิดเป็น 76.0%
9. กรมสรรพากร จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.49 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.06 คิดเป็น 71.0%
10. กรมการขนส่งทางบก จำนวนครั้งที่ติดต่อเฉลี่ยต่อปี 1.80 จำนวนครั้งที่มีการเสนอให้สิ่งตอบแทน 1.25 คิดเป็น 69.4%
โดยหน่วยงานที่มีมูลค่าสินบนเฉลี่ยสูงสุด 10 อันดับแรก ได้แก่
1. กรมควบคุมมลพิษ จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 102,160 บาท
2. กรมเจ้าท่า จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 100,000 บาท
3. กรมสรรพสามิต จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 94,667 บาท
4. กรมสรรพากร จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 89,498 บาท
5. กระบวนการยุติธรรม (ยกเว้นศาล) จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 88,750 บาท
6. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)/บริการสาธารณสุข จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 74,643 บาท
7. กรมทางหลวง จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 70,167 บาท
8. กรมโยธาธิการและผังเมือง จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 70,000 บาท
9. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 68,000 บาท
10. กรมป่าไม้ จำนวนเงินที่เสนอให้ต่อครั้ง 67,500 บาท
ข้อเรียกร้องเชิงนโยบายของ กกร.มาตรการที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุดคือ การนำระบบ E-Government/E-Procurement มาใช้ลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่กับเอกชน ตามด้วยการเพิ่มโทษผู้ทุจริตและการปฏิรูประเบียบให้โปร่งใส และสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญเพื่อ “ถอนรากถอนโคน” ปัญหาสินบนและทุจริต คือ การปฏิรูปกฎหมายลดขั้นตอน (Regulatory Guillotine) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ (Open Data/Open Contracting) เช่น TOR ผลการประมูล และงบประมาณโครงการให้ประชาชนตรวจสอบได้โดยไม่ต้องร้องขอ
ช่องทางการแจ้งข้อมูลข่าวสาร ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมได้จัดให้มีช่องทางสำหรับประชาชนในการแจ้งเบาะแส ร้องเรียน และติดตามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างหลากหลายและเข้าถึงได้มากขึ้น อาทิ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ผ่านระบบออนไลน์ www.nacc.go.th และสายด่วน 1205 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ผ่านสายด่วน 1206 รวมถึงองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ACT และเครือข่ายภาคประชาชน เช่น Corruption Watch แชทฟ้องโกงทันใจ และเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ที่ร่วมทำหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการทุจริตในสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับการคุ้มครองและเก็บรักษาเป็นความลับ
การหยุดคอร์รัปชันอย่างยั่งยืนไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องเกิดจากการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันเป็นหูเป็นตา สร้างวัฒนธรรมไม่ทนต่อการทุจริต และทำให้การร้องเรียนเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยภาคเอกชนพร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงและบูรณาการช่องทางต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการต่อต้านคอร์รัปชันได้อย่างเป็นรูปธรรมและทั่วถึงมากขึ้น
ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาคอร์รัปชันมิใช่เป็นเพียงประเด็นด้านธรรมาภิบาลเท่านั้น หากแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ ต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน ตลอดจนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ตัวเลขที่ปรากฏในวันนี้จึงถือเป็นสัญญาณสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรตระหนัก และร่วมกันผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง กกร. เชื่อมั่นว่า ความโปร่งใสต้องเริ่มต้นจากการยอมรับข้อเท็จจริง และการเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ยอมรับการทุจริต พร้อมเดินหน้าสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรม ภายใต้เจตนารมณ์ “ไม่ทน ไม่ทำ ไม่เพิกเฉย” อย่างเป็นรูปธรรมร่วมกันทั้งสังคม

