หน้าแรก เศรษฐกิจ ตลาดเบเกอรี่ไ...

ตลาดเบเกอรี่ไทยเติบโต 4.6 หมื่นล้าน ‘เอพริล’ ทุ่ม 200 ล้าน รีแบรนด์ ดันรายได้ก้าวกระโดด

14.05.26 | 16:51 น.

เขย่าตลาดเบเกอรี่ไทย 4.6 หมื่นลบ. ‘เอพริล’ ควัก 200 ล้านรีแบรนด์ ดันรายได้ก้าวกระโดด

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นางกนกกัญจน์ มธุรพร ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิงหาฟู้ด อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารแบรนด์ April’s Bakery (เอพริล เบเกอรี่) เปิดเผยว่า บริษัทลงทุนกว่า 200 ล้านบาท พลิกโฉมแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบทศวรรษ รองรับการเติบโตของธุรกิจ ยกระดับภาพลักษณ์องค์กร และวางรากฐานสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค หลังสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 200% ด้วยรายได้กว่า 1,300 ล้านบาทในปี 2568 เข้าถึงผู้บริโภคผ่านร้านสะดวกซื้อกว่า 16,000 สาขา โดยไตรมาสแรกปี 2569 สร้างรายได้กว่า 425 ล้านบาท และทั้งปี 2569 ตั้งเป้ารายได้โตอีก 30% มีส่วนแบ่งตลาด 4% โดยตลาดเบเกอรี่ไทยที่มีมูลค่ากว่า 46,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับภาพลักษณ์ครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเติบโตอย่างรวดเร็วขององค์กรในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จนภาพลักษณ์เดิมไม่สามารถสะท้อนขนาดธุรกิจ ศักยภาพขององค์กร และทิศทางการเติบโตในอนาคตได้อย่างชัดเจน จึงเป็นที่มาของการรีแบรนด์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ทั้งในเชิงภาพลักษณ์ การรับรู้ของผู้บริโภค และความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

การรีแบรนด์ครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากปัญหาของแบรนด์ แต่เกิดจากการเติบโตของธุรกิจ เราจึงต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในวันนี้ และรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคตได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น โดยครอบคลุมทั้งภาพลักษณ์องค์กร โลโก้ และแนวคิด “The Blessing City” เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้ทันสมัย เข้าถึงง่าย และสะท้อนตัวตนของแบรนด์ที่กำลังก้าวจาก Local Brand สู่ Regional Brand อย่างเป็นระบบ

ปัจจุบัน “เอพริล” มีสินค้ากว่า 130 รายการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเฉลี่ยมากกว่า 15 รายการต่อเดือน เพื่อสร้างการเติบโตอย่างสม่ำเสมอและตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กลยุทธ์หลักวางจุดยืนแบรนด์ในกลุ่ม Masstige หรือสินค้าคุณภาพระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้

การรีแบรนด์ครั้งนี้จะสร้างผลเชิงบวกใน 2 ระดับ คือ Consumer Level ที่ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงประสบการณ์ระดับพรีเมียมได้ง่ายขึ้น และ Market Level ที่จะช่วยสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาด สำหรับตลาดต่างประเทศวางขายใน 2 ประเทศ ได้แก่ เกาหลี และไต้หวัน ในรูปแบบ OEM เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละตลาด ทั้งในด้านรสนิยม รูปแบบสินค้า และการตอบรับของตลาด พร้อมมองโอกาสในการเปิดหน้าร้านในต่างประเทศ นอกจากนี้ เตรียมความพร้อมในการระดมทุนและการเติบโตในตลาดทุนในระยะถัดไป

Advertisement