หน้าแรก เศรษฐกิจ เอกชน ชี้ รัฐ...

เอกชน ชี้ รัฐถอด 9 อาชีพยังไม่ชัดหลายข้อ หวังปลดล็อกธุรกิจการเงินดันสินเชื่อปล่อยเพิ่มขึ้น

14.05.26 | 19:21 น.

เอกชน ชี้รัฐถอด 9 อาชีพยังไม่ชัดหลายข้อ หวังปลดล็อกธุรกิจการเงินดันสินเชื่อปล่อยเพิ่มขึ้น

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า กรณีรัฐบาลถอด 9 ธุรกิจออกจากบัญชีท้าย พ.ร.บ.ต่างด้าว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอน พร้อมปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับธุรกิจในปัจจุบันนั้น เบื้องต้นประเมินธุรกิจที่ได้รับการผ่อนปรนในหลากหลายสาขา อาทิ ธุรกิจบริการด้านคมนาคม ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนในเรื่องขอบเขตของคำว่า เครือข่ายจะครอบคลุมถึงระบบอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ธุรกิจบริการทางการเงิน และธุรกิจค้ำประกันหนี้ ซึ่งตั้งข้อสังเกตว่าจะมีลักษณะคล้ายสถาบันการเงินหรือเป็นเพียงบริษัทที่ปรึกษา เพราะหากเป็นสถาบันการเงินแล้วสามารถปล่อยสินเชื่อเพิ่มได้มากขึ้น มีอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยเหลือภาคประชาชนและธุรกิจได้ แบบนี้ถือเป็นผลบวก แต่หากไม่ใช่ก็ไม่ถือว่าเป็นการปลดล็อกที่มีผลเชิงบวกเกิดขึ้น

นายธนิต กล่าวว่า การปลดล็อกดังกล่าวยังรวมถึงธุรกิจเฉพาะทาง อย่างการขุดเจาะปิโตรเลียม การค้าเกษตรล่วงหน้า และธุรกิจที่น่าแปลกใจอย่างการบริการทรัพยากรมนุษย์ (HR) และตู้หยอดเหรียญอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะตู้หยอดเหรียญที่เห็นว่าใครจะทำก็สามารถทำได้อยู่แล้วในปัจจุบัน ทำให้การปลดล็อกออกมาในประกาศครั้งนี้ ไม่แน่ใจถึงจุดมุ่งหมายของรัฐบาล โดยเฉพาะเหตุผลที่กระทรวงพาณิชย์อ้างว่าทำเพื่อลดขั้นตอนและความซ้ำซ้อนทางกฎหมาย ถือว่ามีความย้อนแย้งในตัว เนื่องจากปัจจุบัน ขั้นตอนการจดทะเบียนบริษัทในประเทศไทยถือว่ามีความสะดวกและเสรีมากๆ ติดอันดับโลกอยู่แล้ว การจดทะเบียนสามารถทำผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องวางเงินทุนแสดงหลักฐานเหมือนในอดีตด้วยซ้ำ จึงไม่แน่ใจว่าจุดประสงค์ของรัฐบาลที่ปลดล็อกธุรกิจทั้งหมดคืออะไร

“ปัญหาที่แท้จริงของนักลงทุนต่างชาติไม่ได้อยู่ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ แต่อยู่ที่กฎหมายเฉพาะของหน่วยงานอื่น อาทิ หากจะทำธุรกิจปิโตรเลียมก็ต้องผ่านกระทรวงพลังงาน หรือหากจะทำร้านอาหารก็ต้องขออนุญาตจากเขตและกระทรวงสาธารณสุข โดยข้อสงสัยมากที่สุดเป็นการเปิดเสรีธุรกิจ ทรัพยากรมนุษย์ (HR) ซึ่งเป็นอาชีพที่ไทยเคยสงวนไว้ แต่ในความเป็นจริงชาวต่างชาติมักเข้ามาในคราบของ “วิศวกร” หรือ “เจ้าหน้าที่ทักษะพิเศษ” เพื่อทำงานในลักษณะนี้อยู่แล้ว การเปิดเสรีครั้งนี้จึงถูกมองว่าอาจเป็นการทำให้สิ่งที่เคยแอบทำให้กลายเป็นเรื่องถูกกฎหมายหรือไม่ และคำถามสำคัญคือ ชาวต่างชาติจะมีความเข้าใจในวัฒนธรรมและภาษาไทยเพียงพอที่จะดูแลแรงงานไทยได้จริงหรือไม่” นายธนิต กล่าว

นายธนิต กล่าวว่า หากมองเชิงบวก การเปิดเสรีในบางสาขาอาจส่งผลดีต่อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะ ธุรกิจบริการทางการเงิน หากมีต่างชาติเข้ามาแข่งกับธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีกำไรสูง อาจส่งผลให้เกิดการตัดราคานโยบายดอกเบี้ย และทำให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่ถูกลง โดยการเปิดเสรีธุรกิจค้าสินค้าเกษตรล่วงหน้า ถือว่าเห็นด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นเมืองเกษตรแต่ยังขาดเครือข่ายระดับโลก หากสามารถผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางการกำหนดราคาข้าว ข้าวโพด หรือทุเรียน แทนที่จะต้องอิงราคาจากตลาดต่างประเทศอย่างชิคาโกหรือนิวยอร์ก จะถือเป็นก้าวกระโดดสำคัญของภาคเกษตรไทย

“สิ่งที่ต้องเน้นย้ำคือ รัฐบาลต้องระวังช่องโหว่ทางกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบทำให้คนไทยถูกแย่งงานมากขึ้นจากภาวะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันมากพออยู่แล้ว ไม่เปิดช่องให้เกิดการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่นำทั้งแรงงานและวัตถุดิบมาจากประเทศตนเองทั้งหมดโดยใช้ไทยเป็นเพียงที่ตั้งเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ว่าไม่มี จึงอยากให้รัฐบาลหาทางป้องกันมากขึ้น”

Advertisement