จีดีพีเกษตรไตรมาส 1/69 ขยายตัว 2.4% พืชโตต่อเนื่อง รับน้ำต้นทุนดี
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 1 ปี 2569 (มกราคม-มีนาคม 2569) ขยายตัวร้อยละ 2.4 จากปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีเพียงพอ หลังมีฝนตกต่อเนื่องตลอดปี 2568 ส่งผลให้ภาคการเพาะปลูกและการเลี้ยงสัตว์เติบโตได้ดี ประกอบกับสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการผลิต แม้ช่วงเดือนมีนาคมจะได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น แต่รัฐบาลมีมาตรการตรึงราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศ รวมทั้งปัจจัยการผลิตบางส่วนยังเป็นสต็อกเดิม จึงยังไม่กระทบต้นทุนการผลิตมากนัก โดยสาขาพืช ปศุสัตว์ และป่าไม้ยังขยายตัวได้
นายสุริยะ กล่าวว่าทั้งนี้ คาดว่าเศรษฐกิจการเกษตรทั้งปี 2569 จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 0.5-1.5 จากปริมาณน้ำที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี การบริหารจัดการน้ำ การเฝ้าระวังโรคพืชและสัตว์ รวมถึงการส่งเสริมเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากสภาพอากาศ โดยเฉพาะแนวโน้มเข้าสู่ภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจทำให้เกิดฝนทิ้งช่วงและภัยแล้ง ตลอดจนความผันผวนของราคาน้ำมัน ปุ๋ยเคมี ค่าเงินบาท และเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อเกษตรกร ทั้งการบริหารจัดการน้ำมันดีเซลและน้ำมัน B20 ผ่านระบบสหกรณ์ ส่งเสริมการใช้ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ การใช้เทคโนโลยีเกษตรแม่นยำ ตลอดจนการบริหารจัดการน้ำ การทำฝนหลวง และเตรียมเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้าพัฒนาภาคเกษตรระยะยาว โดยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน พร้อมสนับสนุนการ Reskill และ Upskill เกษตรกร รวมถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับเครื่องจักรกลการเกษตร
ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า สาขาพืช ซึ่งเป็นภาคการผลิตหลักของเศรษฐกิจการเกษตร ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 3.7% จากปริมาณน้ำต้นทุนที่เพียงพอและสภาพอากาศเอื้ออำนวย ส่งผลให้เกษตรกรเพาะปลูกได้ต่อเนื่อง โดยผลผลิตที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ อ้อยโรงงาน ยางพารา สับปะรดปัตตาเวีย ปาล์มน้ำมัน รวมถึงผลไม้สำคัญ เช่น ทุเรียน มังคุด และเงาะ โดยเฉพาะผลผลิตนอกฤดูในภาคใต้ ขณะที่ข้าวนาปี ข้าวนาปรัง มันสำปะหลัง และลำไยบางพื้นที่มีผลผลิตลดลง จากปัจจัยด้านราคา โรคใบด่าง และปัญหาน้ำท่วมขัง ทำให้เกษตรกรบางส่วนปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า ส่วนราคาสินค้าพืชมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดยมันสำปะหลังและลำไยราคาสูงขึ้นจากผลผลิตลดลง แต่ข้าว อ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และทุเรียน ราคาปรับลดลงตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันในตลาดโลก
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สำหรับสาขาปศุสัตว์ ไตรมาส 1/2569 ขยายตัว 0.4% โดยไก่เนื้อ ไข่ไก่ และน้ำนมดิบมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากสภาพอากาศที่เหมาะสมและการขยายการผลิตรองรับความต้องการตลาด ขณะที่สุกรยังทรงตัว ส่วนราคาไก่เนื้อปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนอาหารสัตว์และค่าขนส่ง แต่ราคาสุกร ไข่ไก่ และน้ำนมดิบลดลงจากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง
นายพีรพันธ์ กล่าวว่า ด้านสาขาประมงชะลอตัว 1.3% จากต้นทุนอาหารสัตว์น้ำและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการตลาดที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมและสัตว์น้ำทะเลลดลง ขณะที่ปลานิลและปลาดุกมีผลผลิตเพิ่มขึ้นจากปริมาณน้ำที่เพียงพอและการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี โดยราคาปลานิลปรับสูงขึ้นตามความต้องการบริโภคในประเทศ แต่ราคากุ้งขาวแวนนาไมและปลาดุกลดลงจากคำสั่งซื้อที่ชะลอตัวและผลผลิตล้นตลาด ส่วนสาขาบริการทางการเกษตร หดตัว 0.6% เนื่องจากราคาข้าวนาปรังและมันสำปะหลังลดลง ทำให้เกษตรกรบางส่วนชะลอการเพาะปลูก ส่งผลให้กิจกรรมจ้างบริการเตรียมดินและเก็บเกี่ยวลดลง ขณะที่สาขาป่าไม้ ขยายตัว 0.5% จากความต้องการไม้ยูคาลิปตัสทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น แม้ไม้ยางพาราและถ่านไม้จะมีผลผลิตลดลงก็ตาม


