หน้าแรก เศรษฐกิจ ททท.ชี้ภูมิรั...

ททท.ชี้ภูมิรัฐศาสตร์กระทบท่องเที่ยว แต่นทท.ตลาดระยะไกลยังเลือกไทยเป็นหมุดหมาย

18.05.26 | 17:22 น.

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยว่า ปัจจุบันสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านซัพพลาย ไซด์(Supply Side) และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันเป็นต้นทุนหลักของสินค้าและบริการทั่วโลก ทุกประเทศต่างได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน ขณะเดียวกัน บรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกยังอยู่ในภาวะ “Wait & See” นักท่องเที่ยวมีความระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ระหว่างประเทศ

หากพิจารณาเชิงลึกไม่ใช่มองแบบผิวเผินจะพบว่าในช่วงเดือนมกราคม–เมษายน 2569 ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลจากอเมริกาและยุโรปยังคงมีจำนวนใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปี 2568 และยังเติบโตได้เล็กน้อย แม้สถานการณ์ความตึงเครียดจะเริ่มรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับคุณภาพ

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดยังคงรักษาระดับได้ มีดังนี้

1. ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นไฮซีซั่น(High Season) ของตลาดระยะไกล นักท่องเที่ยวยังคงเลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณค่า ประสบการณ์ และความคุ้มค่า หลายคนปรับเส้นทางการบิน (Rerouting) ผ่านฮับอื่นแทนตะวันออกกลาง แม้จะมีบางส่วนเลื่อนหรือยกเลิกการเดินทางก็ตาม

Advertisement

2. ในมุมมองของนักท่องเที่ยวตะวันตก ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่สงบ มีบรรยากาศเหมาะสมกับการพักผ่อน และเป็น จุดหมายปลายทางในวันหยุด (Holiday Destination) ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

3. ตลอดช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ททท. การท่าอากาศยาน และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันผลักดันการเปิดเส้นทางบินตรงใหม่จากทั้งอเมริกาและยุโรป รวมถึงเพิ่มความสะดวกด้านการต่อเชื่อมผ่านฮับสำคัญในยุโรปและอเมริกา ส่งผลให้การเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยมีทางเลือกและความคล่องตัวมากขึ้น

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ตลาดตะวันออกกลางได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากสถานการณ์ความขัดแย้ง ไม่ว่าจะเป็นการปิดสนามบิน การยกเลิกเที่ยวบิน และข้อจำกัดด้านการเดินทาง โดยกลุ่มเดินทางพักผ่อนหย่อนใจ หรือ Leisure ชะลอหรือยกเลิกการเดินทาง ขณะที่กลุ่มอัลตราลักชัวรี (Ultra Luxury) กลับเลือกเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทยเพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สงบ

น.ส.ฐาปนีย์ กล่าวว่า สำหรับช่วงเดือนพฤษภาคม–สิงหาคม ซึ่งเป็น Green Season ตามธรรมชาติของตลาดยุโรป นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินทางภายในภูมิภาคของตนเองอยู่แล้ว ประกอบกับความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ส่งผลให้หลายสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้จำนวนที่รองรับได้ เข้าสู่ประเทศไทยลดลงตามไปด้วย สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของใครผิดแต่เป็นการปรับตัวตามบริบทโลกในปัจจุบัน

“แม้เช่นนั้น ททท. ยังคงเดินหน้าสร้างท็อปออฟมายด์ ในตลาดเป้าหมายอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดนิ่งแม้แต่วันเดียวททท. ยังเชื่อมั่นว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย ตลาดตะวันออกกลาง โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกลุ่มสภาความร่วมมืออ่าวเปอร์เซีย หรือ GCC จะกลับมาเดินทางเข้าไทยเพื่อหลีกหนีสภาพอากาศร้อนในช่วงเดือนกรกฎาคม–กันยายน ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการเพิ่มเที่ยวบินอย่างต่อเนื่อง อาทิ Flydubai ที่เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่สู่ดอนเมืองวันละ 2 เที่ยวบิน ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมนี้ รวมถึง Etihad Airways ที่เตรียมเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวบินเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง TUI เปิดเผยว่า ยอดจองทริปฤดูร้อนจากลูกค้าอังกฤษลดลงราว 10% จากความกังวลด้านสงครามและค่าครองชีพ ส่งผลให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจจองใกล้วันเดินทางมากขึ้น อย่างไรก็ดี ความต้องการเดินทางเริ่มเปลี่ยนจากตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียนฝั่งตะวันออก ไปยังจุดหมายที่มีภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยสูงกว่า เช่น สเปน กรีซ แคนาดา ญี่ปุ่น ไทย และออสเตรเลีย”ผู้ว่าการททท.กล่าว

น.ส.ฐาปนีย์กล่าวว่า แม้ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น และบางสายการบินลดจำนวนเที่ยวบิน แต่ผู้ประกอบการรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นว่าความต้องการเดินทางระยะยาวยังคงแข็งแรง โดยเฉพาะตลาดเรือสำราญและแพ็กเกจท่องเที่ยวคุณภาพ

สำหรับภาคการท่องเที่ยว ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน จากเดิมที่นิยมจองล่วงหน้านานกว่า 7 เดือน ปัจจุบันเหลือเฉลี่ยเพียงประมาณ 16 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง สะท้อนถึงการตัดสินใจที่ระมัดระวังมากขึ้นภายใต้ภาวะความไม่แน่นอนของโลก

สำหรับ ฤดูหนาวปี 2569/2570 ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ยังประเมินว่าการจองอยู่ในระดับ Healthy แม้ยังมีความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์อยู่บ้าง แต่หากสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะกลับมาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวควอลิตี้ ลักชัวรี (Quality Leisure) อย่างไรก็ตาม ไทยอาจเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในกลุ่มความอ่อนไหวต่อราคา(Price Sensitive) จากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า เช่น จีนและเวียดนาม ดังนั้น การรักษาจุดแข็งด้านคุณภาพ ประสบการณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยว จะเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว