หน้าแรก เศรษฐกิจ RS ขาดสภาพคล่...

RS ขาดสภาพคล่อง ผิดนัดชำระหนี้ 317 ล้านบาท เร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้

18.05.26 | 20:31 น.

RS ขาดสภาพคล่อง ผิดนัดชำระหนี้ 317 ล้านบาท เร่งเจรจาปรับโครงสร้างหนี้

เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ยื่นหนังสือถึงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องชี้แจงข้อมูลและแนวทางแก้ไขกรณีหลักทรัพย์ของบริษัทถูกขึ้นเครื่องหมาย CB (Caution – Business) ความว่า

“ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ประกาศขึ้นเครื่องหมาย CB (Caution – Business) บนหลักทรัพย์ของ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 โดยเป็นผลมาจากการที่บริษัทฯ ได้ทำการประกาศงบการเงินรวมประจำไตรมาส 1/2569 เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ซึ่งปรากฏว่าบริษัทฯ และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัท”) มีเหตุผิดนัดชำระหนี้สถาบันการเงินแห่งหนึ่งซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองด้านฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทได้

โดย บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง สถานะปัจจุบัน และแนวทางการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้

1. ข้อเท็จจริงของการผิดนัดชำระหนี้

Advertisement

เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มบริษัทจึงยังไม่สามารถดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างรายได้ให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ ส่งผลให้กระแสเงินสดหมุนเวียนในกิจการของทั้งกลุ่มบริษัทขาดสภาพคล่องชั่วคราว

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังอยู่ในระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้ที่ครบกำหนดแล้วกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้เกิดการผิดนัดชำระตั๋วสัญญาใช้เงินจำนวนรวม 317.37 ล้านบาท ซึ่งรายการดังกล่าวได้บันทึกเป็น “เงินกู้ยืมระยะสั้น” จากสถาบันการเงิน และดอกเบี้ยค้างจ่ายไว้ในงบฐานะการเงินรวม และเฉพาะบริษัทแล้ว

2. แนวทางการแก้ไขปัญหาของบริษัท

ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 กลุ่มบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเงื่อนไขการชำระคืนกับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าว ซึ่งผู้บริหารของกลุ่มบริษัทเชื่อว่าจะสามารถเจรจากับสถาบันการเงินดังกล่าวได้สำเร็จภายในระยะเวลาอันใกล้นี้

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารของกลุ่มบริษัทยังคงเร่งการดำเนินงานตามกลยุทธิ์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการแก้ไขกลยุทธ์ทางการเงิน เพื่อให้เชื่อมั่นได้ว่ากลุ่มบริษัทจะมีสภาพดล่องอย่างเพียงพอและมีความสามารถในการชำระหนี้เมื่อครบกำหนด และดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

3. ผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

บริษัทฯ และบริษัทย่อยยังคงเปิดดำเนินกิจการดามปกติ และเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการให้บริการแก่ลูกค้า หรือคู่ค้าหลักของบริษัทฯ และบริษัทย่อยแต่อย่างใด โดยคณะกรรมการและผู้บริหารของกลุ่มบริษัทยังคงมุ่งมั่งมั่นแก้ไยสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการเร่งปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจเพื่อรักษาระดับของกระแลเงินสด และสภาพคล่องของกลุ่มบริษัทให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการให้ความสำคัญสูงสุดกับการต่อรองเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้จากสถาบันการเงินอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อรักษาไว้ซึ่งผลประโยชน์สูงสุดของ ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วนอย่างดีที่สุดต่อไป