แอตต้า แนะรัฐแก้วิกฤตสมองไหล หัวกะทิรุ่นใหม่หนีทำงานต่างประเทศ เหตุไทยไร้อุตฯแห่งอนาคต
วันที่ 20 พ.ค.69 นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังสูญเสีย “คนที่สำคัญที่สุด” โดยไม่รู้ตัว ซึ่งเมื่อวันที่ 15-16 พฤษภาคม 2569 มีโอกาสร่วมคณะหลักสูตร ววน.1/2 ไปศึกษาดูงานที่ สถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC), PTTGC และ GISTDA ซึ่งเป็น 3 หน่วยงาน ที่สะท้อนภาพ “อนาคตประเทศไทย” ได้ชัดเจนมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยตลอด 2 วัน ที่ได้เห็น ได้พูดคุย และได้แลกเปลี่ยนกับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และบุคลากรระดับสูงของประเทศ ทำให้รู้สึกทั้ง “ภูมิใจ” และ “กังวล” ไปพร้อมกัน เป็นความภูมิใจ เพราะประเทศไทยมีบุคลากรที่เก่งมากกว่าที่สังคมรับรู้ แต่กังวล เพราะประเทศไทยอาจยังไม่มี “พื้นที่รองรับ” ให้คนเก่งเหล่านี้เติบโตได้มากพอ
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นความก้าวหน้าของ GISTDA ที่วันนี้ประเทศไทยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศได้ในระดับที่น่าชื่นชม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การสร้าง การควบคุม และการบริหารจัดการดาวเทียมด้วยบุคลากรของคนไทยเอง ซึ่งถือว่า ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะในโลกยุคใหม่ “อวกาศ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่คือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจ ความมั่นคง การเกษตร การจัดการภัยพิบัติ การคมนาคม โลจิสติกส์ การท่องเที่ยว และระบบข้อมูลของประเทศ
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า สิ่งที่เห็น คือ ประเทศไทยมี “เมล็ดพันธุ์” ที่ดีมาก แต่คำถามสำคัญคือ เรามี “ระบบนิเวศ” ดีพอให้เมล็ดพันธุ์เหล่านี้เติบโตในประเทศไทยหรือไม่ บุคลากรจำนวนมาก โดยเฉพาะนักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก เมื่อได้รับทุนไปศึกษาต่อในประเทศพัฒนาแล้ว อาทิ ญี่ปุ่น สหรัฐ หรือยุโรป มักได้รับข้อเสนอให้ทำงานต่อทันที เพราะประเทศเหล่านั้นมีทั้งรายได้ คุณภาพชีวิต เครื่องมือวิจัย และโอกาสเติบโตที่สูงกว่า ผลลัพธ์คือ ประเทศไทยสูญเสียบุคลากรระดับหัวกะทิอย่างต่อเนื่อง และไม่ใช่เพราะคนเหล่านั้นไม่รักประเทศไทย แต่เพราะประเทศยังไม่สามารถสร้าง “อนาคต” ที่ชัดเจนพอให้กลับมาได้
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของการให้ทุน แต่คือเรื่องของการสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคตประเทศไทยต้องเลิกคิดเพียงว่า จะดึงคนเก่งกลับมาอย่างไร แต่ต้องคิดใหม่ว่า ทำอย่างไรให้ประเทศไทยมีงานระดับโลกพอให้คนเก่งอยากกลับมา โดยข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ จึงควรเริ่มจากการสร้าง “National Strategic Talent Ecosystem” ของประเทศไทยอย่างจริงจัง นโยบายที่ถูกต้องคือ Talent + Mission + Market + Funding + Career Path เพราะหากขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง คนเก่งจะกลับมาได้ไม่นาน หรืออาจไม่กลับเลย
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า Talent คือ การมีบุคลากรที่มีศักยภาพระดับสูง Mission คือ การมีภารกิจระดับชาติที่ท้าทายและมีความหมายให้เขาได้สร้างอนาคตประเทศ Market คือ การมีตลาดรองรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมของคนไทย Funding คือ ระบบทุนวิจัยและเงินสนับสนุนที่ต่อเนื่องจริงจัง และ Career Path คือ เส้นทางการเติบโตในวิชาชีพที่แข่งขันได้ในระดับสากล รัฐบาลควรมีการกำหนดอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคตอย่างชัดเจน เช่น Space Technology, AI, Robotics, Biotechnology, Clean Energy และ Advanced Materials พร้อมสร้างพื้นที่เศรษฐกิจและระบบสนับสนุนสำหรับบุคลากรกลุ่มนี้โดยเฉพาะ
“หัวใจสำคัญไม่ใช่เพียงการสร้างหน่วยงานวิจัย แต่คือการสร้างตลาดให้เทคโนโลยีของคนไทย ภาครัฐต้องกลายเป็น First Buyer ของนวัตกรรมไทย ไม่ใช่เพียง First Supporter กระทรวงต่างๆ ควรมีการใช้งานข้อมูลดาวเทียม ระบบเอไอ และเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างความต้องการ (ดีมานด์) ภายในประเทศให้เกิดขึ้นจริง ขณะเดียวกัน ประเทศไทยควรจัดตั้ง Thailand Strategic Talent Program เพื่อรองรับนักวิจัยและบุคลากรระดับสูงของประเทศ โดยให้ทั้งทุนวิจัย เงินสนับสนุน ทีมงาน เครื่องมือ และเส้นทางการเติบโตในอาชีพที่แข่งขันได้ในระดับสากล เพราะคนเก่งระดับโลก ไม่ได้ต้องการเพียงเงินเดือนสูง แต่ต้องการโอกาสในการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่” นายอดิษฐ์ กล่าว
นายอดิษฐ์ กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญ คือ ประเทศไทยควรเร่งเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และหน่วยงานรัฐ ให้ทำงานร่วมกันเป็น ecosystem เดียว โดยสิ่งที่เราเห็นจากหลายประเทศที่ประสบความสำเร็จ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน หรืออิสราเอล คือ การสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรม ที่ทำให้คนเก่งสามารถเปลี่ยนงานวิจัยไปสู่เศรษฐกิจจริงได้ ประเทศไทยเองก็มีศักยภาพเช่นเดียวกัน สิ่งที่ขาด อาจไม่ใช่คน แต่อาจเป็นวิสัยทัศน์ร่วมระดับประเทศ โลกอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันด้วยทรัพยากรธรรมชาติเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันกันด้วยคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ ประเทศที่แข็งแรงที่สุด อาจไม่ใช่ประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่คือประเทศที่สามารถรักษาและดึงดูดคนเก่งไว้กับประเทศได้ดีที่สุด
“การศึกษาดูงานครั้งนี้ ทำให้เชื่อมั่นว่า ประเทศไทยยังมีความหวังอีกมาก เรามีคนเก่ง มีสถาบันที่ดี มีเทคโนโลยีที่เริ่มก้าวทันโลก แต่สิ่งที่เราต้องเร่งสร้างต่อจากนี้ คือ ระบบอนาคตของประเทศที่ชัดเจนเพียงพอ ให้คนเก่งของไทย มองเห็นอนาคตของตัวเองในประเทศไทย ก่อนที่วันหนึ่ง เราจะเหลือเพียงความภูมิใจว่า คนไทยเก่งระดับโลก แต่คนเหล่านั้นกลับไม่ได้อยู่สร้างโลกอนาคตให้ประเทศไทย” นายอดิษฐ์ กล่าว

