กลุ่มเกษตรกรค้านนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ จากสหรัฐฯ 1 ล้านตัน
เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายทรงศักดิ์ ส่งเสริมอุดมชัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ารับฟังข้อเรียกร้องจากกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในการขอให้รัฐบาลทบทวนมติการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกา จำนวน 1 ล้านตัน ทั้งนี้ ผู้แทนเกษตรกรระบุว่า ข้าวโพดนำเข้าดังกล่าวเป็นพืชดัดแปลงพันธุกรรม หรือ จีเอ็มโอ (GMO) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของห่วงโซ่อาหารและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อีกทั้งกระบวนการผลิตของประเทศต้นทางมีต้นทุนต่ำกว่าการผลิตในประเทศไทย และไม่มีการควบคุมการใช้สารเคมีทางการเกษตรในระดับเดียวกัน ส่งผลให้เกษตรกรไทยเสียเปรียบด้านการแข่งขัน ขณะเดียวกัน เกษตรกรยังต้องเผชิญภาระต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรยังเรียกร้องให้มีการระงับร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง “การปฏิบัติที่ดีสำหรับโรงรวบรวมข้าวโพดเมล็ดแห้งปลอดการเผา” ของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) โดยมองว่าเป็นมาตรการที่เลือกปฏิบัติและสร้างอุปสรรคต่อเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์โดยตรง

นายสรวุฒิ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อเรียกร้องดังกล่าวไปหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และจะประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อวางกลไกการนำเข้าให้เกิดความสมดุลและมีความชัดเจน โดยไม่ให้กระทบต่อราคาผลผลิตภายในประเทศ แม้ปัจจุบันราคาซื้อขายข้าวโพดสดที่ความชื้นร้อยละ 14.5 จะยังอยู่ที่ประมาณ 11-12 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งสูงกว่าราคาประกันตามนโยบายเดิมก็ตาม อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนและรายได้ของเกษตรกรเป็นหลัก พร้อมเร่งหาแนวทางบริหารจัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้เหมาะสมทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค
ด้านนายพรเทพ ปู่ประเสริฐ อุปนายกสมาคมการค้าพืชไร่ กล่าวว่า สมาคมฯ และเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ต้องการให้ภาครัฐทบทวนโครงสร้างราคาประกันสินค้าเกษตรให้มีความเป็นธรรมและสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากราคาประกันเดิมถูกกำหนดไว้ก่อนเกิดสงครามในตะวันออกกลาง แต่ปัจจุบันต้นทุนการผลิตได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
นายพรเทพ กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.)ที่ระบุว่าประเทศไทยสามารถผลิตข้าวโพดได้เพียง 5 ล้านตันต่อปี ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศที่สูงกว่า 9 ล้านตันนั้น อาจมีความคลาดเคลื่อน เนื่องจากเกษตรกรเชื่อว่าสามารถผลิตได้มากกว่าตัวเลขดังกล่าว พร้อมเสนอให้ภาคอุตสาหกรรมอาหารสัตว์หันมาใช้วัตถุดิบภายในประเทศ เช่น ปลายข้าว และมันสำปะหลัง เพื่อช่วยยกระดับราคาพืชผลทางการเกษตรและพยุงเศรษฐกิจฐานราก แทนการพึ่งพาการนำเข้าข้าวโพดจากต่างประเทศในระยะยาว


