หน้าแรก เศรษฐกิจ พณ.คุมเข้ม สก...

พณ.คุมเข้ม สกัดนิติบุคคลบัญชีม้า เชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หวั่นแอบอ้างใช้นอมินี

20.05.26 | 18:42 น.

‘ศุภจี’ เผย ‘พาณิชย์’ บุกมาตรการเชิงรุก สกัดบัญชีม้านิติบุคคล พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ป้องกันแอบอ้างใช้นอมินี เผยตรวจสอบรายชื่อย้อนหลัง 98,000 รายชื่อ พบจดทะเบียนบริษัททำบัญชีม้าลดลงจากปีที่แล้ว เหลือเพียง 10 ราย

เมื่อเวลา 16.55 น. วันที่ 20 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานเปิดงานยกระดับรัฐบาลดิจิทัล ขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ภายใต้แนวคิด “ปลดล็อกข้อมูลภาครัฐ ลดภาระภาคประชาชน” ในวันเดียวกันนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มุ่งในการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ เน้นการเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคลระหว่างหน่วยงานรัฐกว่า 320 แห่ง เพื่อลดภาระการใช้เอกสารกระดาษและประหยัดค่าใช้จ่ายได้ 7,100 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.69 ทุกหน่วยรัฐมาขอข้อมูลกับกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับนิติบุคคล จะไม่ส่งมอบข้อมูลโดยกระดาษอย่างเด็ดขาด เพื่อบังคับให้ทุกหน่วยงานมาเชื่อมข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล

นางศุภจีกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้นบัญชีม้า และการใช้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบนิติบุคคลที่อาจเข้าข่ายนอมินีผ่านการบูรณาการฐานข้อมูลระดับชาติ เมื่อบัญชีม้าจากบุคคลธรรมดาเริ่มระบาดเป็นนิติบุคคลบัญชีม้า หากมายื่นจดทะเบียนจะถูกปิดกั้นโดยทันที ทั้งนี้ ได้มีการร่วมตรวจสอบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเชื่อมโยงข้อมูลตรวจสอบว่าผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมีประมาณ 13.4 ล้านคน มาขอจดทะเบียนนิติบุคคลหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกหรือการแอบอ้างใช้ชื่อผู้มีรายได้น้อยมาเป็นนอมินี เป็นการเชื่อมข้อมูลภาษีและประวัติอาชญากรรม รวมถึงมีการเชื่อมต่อข้อมูลกับกรมสรรพากรเพื่อดูประวัติการเสียภาษี และเชื่อมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) เพื่อตรวจสอบรายชื่อผู้ที่มีประวัติเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า

นางศุภจีกล่าวว่า กระทรวงพาณิย์ได้นำรายชื่อบัญชีม้าดำประมาณ 98,000 รายชื่อ มาตรวจสอบย้อนหลังในฐานข้อมูลนิติบุคคล 980,000 ราย ผลจากการใช้มาตรการตรวจสอบตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 มี.ค.2569 พบว่าการจดทะเบียนบริษัทเพื่อนำไปทำบัญชีม้าลดลงจากปีที่แล้วที่มี 578 ราย เหลือเพียง 10 รายเท่านั้น

นางศุภจีกล่าวอีกว่า โดยประเภทข้อมูลที่เชื่อมโยงข้อมูลพื้นฐาน 8 รายการ เช่น รายชื่อผู้ถือหุ้น, หนังสือรับรองบริษัท, หนังสือบริคณห์สนธิ และงบการเงิน ซึ่งปกติประชาชนต้องสั่งพิมพ์และเซ็นรับรองเพื่อนำไปยื่นตามหน่วยงานต่างๆ เช่น ศาล, สถานีตำรวจ, กรมที่ดิน หรือกรมสรรพากร ประโยชน์ที่ได้รับคือความรวดเร็วและแม่นยำ ข้อมูลจะเป็นรูปแบบเรียลไทม์ ทำให้ได้ข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด ลดปัญหาความไม่โปร่งใส