หน้าแรก เศรษฐกิจ ธุรกิจตั้งใหม...

ธุรกิจตั้งใหม่ 4 เดือนแรก เกือบ 3 หมื่นราย ยื่นจด ‘ขายออนไลน์’ พุ่ง พณ.ชี้ต่างชาติลงทุนไทยเพิ่ม 124%

21.05.26 | 17:13 น.
ภาพโดย Dani Géza จาก Pixabay

ธุรกิจตั้งใหม่ 4 เดือนแรกปี 69 เกือบ 3 หมื่นราย ยื่นจด ‘ขายออนไลน์’ เด่น ทุนต่างชาติยังลงทุนไทยเพิ่ม 124%

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนเมษายน 2569 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,454 ราย เทียบกับเดือนมีนาคม 2569 (7,588 ราย) ลดลง 1,134 ราย คิดเป็น 14.94% และเมื่อเทียบกับเดือนเมษายน 2568 (6,325 ราย) เพิ่มขึ้น 129 ราย คิดเป็น 2% ขณะที่ทุนจดทะเบียนอยู่ที่ 22,765 ล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2569 (19,500 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 3,265 ล้านบาท คิดเป็น 16.74% และเทียบกับเดือนเมษายน 2568 (32,142 ล้านบาท) ลดลง 9,377 ล้านบาท คิดเป็น 29.17%

ทั้งนี้ มีนิติบุคคล 1 ราย ที่มีทุนจดทะเบียนจัดตั้งใหม่เกิน 1,000 ล้านบาท คือบริษัท ธีธี 1 โฮลดิ้งส์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 7,843 ล้านบาท ประกอบธุรกิจโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก เข้าเป็นหุ้นส่วนจำกัดความรับผิดในห้างหุ้นส่วนจำกัด เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดใดๆ ทั้งภายในและภายนอกประเทศเพื่อประโยชน์ของบริษัท

ส่งผลให้การจัดตั้งใหม่ช่วง 4 เดือนของปี 2569 มี 29,679 ราย เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 (30,148 ราย) ลดลง 469 ราย คิดเป็น 1.56% ทุนจดทะเบียนสะสมอยู่ที่ 81,341 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (112,062 ล้านบาท) ลดลง 30,721 ล้านบาท คิดเป็น 27.41%

วิเคราะห์อัตราการเติบโตของการจัดตั้งธุรกิจใหม่ พบว่า มี 3 ประเภทธุรกิจที่ขยายตัวอย่างน่าสนใจ ได้แก่ ธุรกิจขายปลีกทางอินเตอร์เน็ต 801 ราย เพิ่มขึ้น 274 ราย คิดเป็น 51.99% มูลค่าทุนจดทะเบียน 1,121 ล้านบาท ตามด้วยธุรกิจบริการอื่นๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจซึ่งมิได้จัดประเภทไว้ในที่อื่น 333 ราย เพิ่มขึ้น 194 ราย คิดเป็น 139.57% มูลค่าทุนจดทะเบียน 275 ล้านบาท และ ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 1,408 ราย เพิ่มขึ้น 171 ราย คิดเป็น 13.82% (YoY) มูลค่าทุนจดทะเบียน 2,335 ล้านบาท

สำหรับการจดทะเบียนเลิกประกอบกิจการเดือนเมษายน 2569 มี 981 ราย เทียบกับเดือนมีนาคม 2569 (1,111 ราย) ลดลง 130 ราย คิดเป็น 11.70% และเทียบกับเดือนเมษายน 2568 (814 ราย) เพิ่มขึ้น 167 ราย คิดเป็น 20.52% ด้านทุนจดทะเบียนเลิกอยู่ที่ 5,214 ล้านบาท เทียบกับเดือนมีนาคม 2569 (5,244 ล้านบาท) ลดลง 29.52 ล้านบาท คิดเป็น 0.56%เทียบกับเดือนเมษายน 2568 (4,131 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1,083 ล้านบาท คิดเป็น 26.21%

Advertisement

ส่งผลให้การจดทะเบียนเลิกช่วง 4 เดือนของปี 2569 มีจำนวน 4,217 ราย เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (3,921 ราย) เพิ่มขึ้น 296 ราย คิดเป็น 7.55% ทุนจดทะเบียนเลิก 4 เดือนสะสม 26,258 ล้านบาท เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปี 2568 (15,990 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10,268 ล้านบาท คิดเป็น 64.21%

คาดบริษัทตั้งใหม่ปี’69 เกิน 8 หมื่นราย

ยอดการจดทะเบียนจัดตั้งในช่วงต้นปี 2569 มีจำนวน 29,679 ราย โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ภาคธุรกิจในช่วงเวลานี้ ต้องเผชิญกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ทั้งภายนอกและภายในประเทศ ในด้านภายนอกในความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐ ต่อเนื่องมาถึงสงคราม ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ตลาดการเงินผันผวนและเกิดแรงกดดันต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ ทิศทางเศรษฐกิจ ที่ยังฟื้นตัวอย่างเปราะบาง ควบคู่กับแรงกดดันด้านต้นทุนจากราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะประคองตัว และผู้ประกอบการยังต้องดำเนินธุรกิจภายใต้ความระมัดระวังมากขึ้น

สถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบันยังมีทั้งปัจจัยเสี่ยงและโอกาส ภาคธุรกิจต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน กำลังซื้อ และความไม่แน่นอนภายนอกประเทศ แต่ในขณะเดียวกัน การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ที่ยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนว่าผู้ประกอบการจำนวนมากยังมองเห็นโอกาสในการเริ่มต้นและขยายธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงจะติดตามข้อมูลการจัดตั้ง เลิกกิจการ ทุนจดทะเบียน ประเภทธุรกิจ และแนวโน้มการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นสัญญาณประกอบการประเมินภาวะเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคง แต่อย่าไรก็ตาม คาดว่าทั้งปี 2569 จะมีการจดตั้งใหม่เกิน 80,000 ราย

สหรัฐ-จีน ขนเงินลงทุนในไทย

การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 (เฉพาะธุรกิจที่กำหนดให้ต้องขออนุญาต) เดือนเมษายน 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาประกอบธุรกิจ ในประเทศไทย 91 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาต ตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 71 ราย เงินลงทุนรวม 31,553 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศสหรัฐ สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ

สำหรับช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย 438 ราย เพิ่มขึ้น 75 ราย คิดเป็น 21% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (363 ราย) โดยเป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 98 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 340 ราย เงินลงทุนรวม 129,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71,472 ล้านบาท คิดเป็น 124% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (57,860 ล้านบาท)

ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีประเทศที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐ 77 ราย คิดเป็น 18% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 5,951 ล้านบาท จีน 65 ราย คิดเป็น 15% เงินลงทุน 25,092 ล้านบาท ญี่ปุ่น 65 ราย คิดเป็น 15% เงินลงทุน 24,724 ล้านบาท สิงคโปร์ 57 ราย คิดเป็น 13% เงินลงทุน 23,575 ล้านบาท และ ฮ่องกง 42 ราย คิดเป็น 10% เงินลงทุน 8,066 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 132 ราย คิดเป็น 29% ของธุรกิจต่างชาติในไทย เงินลงทุน 41,924 ล้านบาท

การลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีจำนวน 134 ราย คิดเป็น 31% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้น 26 ราย คิดเป็น 24% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2568 (108 ราย) มูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC จำนวน 49,957 ล้านบาท คิดเป็น 39% ของเงินลงทุนทั้งหมด โดยเป็นนักลงทุนจากประเทศจีน 43 ราย ลงทุน 21,095 ล้านบาท ญี่ปุ่น 22 ราย ลงทุน 7,042 ล้านบาท สิงคโปร์ 19 ราย ลงทุน 7,940 ล้านบาท และประเทศอื่นๆ 50 ราย ลงทุน 13,880 ล้านบาท