หน้าแรก เศรษฐกิจ กกพ.เปิด 4 ทา...

กกพ.เปิด 4 ทางเลือกค่าไฟใหม่ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท ตั้งแต่ 401 หน่วย จ่ายเพิ่ม 0.54-1.03 บ.

22.05.26 | 16:05 น.

กกพ.เปิด 4 ทางเลือกค่าไฟใหม่ 200 หน่วยแรก จ่ายไม่เกิน 3 บาท ตั้งแต่ 401 หน่วย จ่ายเพิ่ม 0.54-1.03 บ.

เมื่อวันที่ 22 พ.ค.69 นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ามติ กพช. ให้สำนักงาน กกพ. ร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายจำหน่าย ได้แก่ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดทำข้อเสนอการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยแบบอัตราก้าวหน้าว่า การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายได้จัดทำกรณีศึกษา 4 กรณี เปิดรับฟังความคิดเห็น ระหว่างวันที่ 22 พ.ค.-5 มิ.ย.69 ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกพ. ที่ www.erc.or.th เพื่อนำมาสรุป และประกาศโครงสร้างค่าไฟใหม่ คาดว่า จะเริ่มมีผลบังคับใช้รอบบิลเดือน ก.ค.69

นายพูลพัฒน์กล่าวว่า สำหรับทั้ง 4 กรณียังคงหลักการดูแลค่าไฟฟ้า สำหรับการใช้ไฟฟ้า 200 หน่วยแรก ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ตามมติ กพช. ส่วนผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟฟ้าในระดับสูงขึ้น จะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามระดับการใช้ไฟฟ้า โดยยังไม่รวมค่าบริการรายเดือน ค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งทั้ง 4 กรณีศึกษา กำหนดอัตราค่าพลังงานไฟฟ้าที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงการใช้ไฟฟ้า

นายพลูพัฒน์กล่าวว่า โดยกรณีศึกษาที่ 1 และ 2 กำหนดอัตราค่าไฟฟ้า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ขณะที่กรณีศึกษาที่ 3 และ 4 จะกำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 201 หน่วยต่อเดือนขึ้นไป สูงกว่าระดับปัจจุบัน ประมาณหน่วยละ 0.49-0.54 บาท ซึ่งจากผลการศึกษาทั้ง 4 กรณี พบว่า ผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ที่ใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ 401 หน่วยขึ้นไป จะต้องปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ย 0.54-1.03 บาทต่อหน่วย หรือมีอัตราค่าไฟฟ้า เฉลี่ยอยู่ที่ 4.96-5.45 บาทต่อหน่วย

“แนวทางดังกล่าวเป็นการปรับโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าให้สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดยยังคงหลักการสะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม และคำนึงถึงผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาวความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากการรับฟังความคิดเห็นในครั้งนี้ จะถูกนำมารวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาของ กกพ. ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดต่อไป” นายพลูพัฒน์กล่าว

Advertisement

นายพูลพัฒน์กล่าวว่า ความเป็นมาด้านนโยบาย โดยสรุปหลักการตามแนวนโยบาย กพช. 29 เม.ย.2569 คือเพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงาน ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน แต่สร้างความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมของประเทศ โดยวัตถุประสงค์หลักในการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบอัตราก้าวหน้า ได้แก่ 1.เพื่อบรรเทาค่าครองชีพแก่ประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้ไฟฟ้าบ้านไม่เกิน 200 หน่วย และ 2.จูงใจให้เกิดการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า

“ก่อนที่ท่านจะคิดค่าไฟที่หน่วย 500 ท่านก็ได้รับอานิสงส์ค่าไฟหน่วยต้นๆ ที่ถูกลง คือไม่เกิน 3 บาท มาด้วยเช่นกัน ทุกคนเริ่มต้นที่ขั้นบันไดแรกเหมือนกันหมด แต่จะไปหยุดที่ขั้นไหนก็ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละครัวเรือน ทุกกรณีการศึกษามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ขึ้นอยู่กับว่าปัจจุบันครัวเรือนของท่านมีพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้ามากน้อยแค่ไหน ท่านต้องชั่งน้ำหนักว่ากรณีไหนเหมาะสมกับสภาวะของท่านที่สุด” นายพูลพัฒน์กล่าว