หน้าแรก เศรษฐกิจ กลุ่มยานยนต์ ...

กลุ่มยานยนต์ ไม่ขาดแคลนแรงงาน เหตุไร้คำสั่งซื้อ จี้รัฐเร่งฟื้นศก. ป้องกันจะทรุดไปมากกว่านี้

23.05.26 | 20:43 น.

กลุ่มยานยนต์ชี้ไม่ขาดแคลนแรงงาน เหตุไร้คำสั่งซื้อ จี้รัฐเร่งฟื้นศก. หวังเห็นแรงขับเคลื่อนใหม่

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากการส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์ขาดแคลนแรงงานโดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าวในภาคการผลิตและภาคการก่อสร้าง ที่เริ่มมีความน่ากังวลมากขึ้นของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นั้น แม้ในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังไม่ประสบปัญหาดังกล่าวเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ใช้แรงงานฝีมือและระบบแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย และคำสั่งซื้อไม่ได้เพิ่มมากนัก แถมชะลอตัวลงด้วย แต่ในภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐยังคงมีความต้องการแรงงานสูง หากขาดแคลนจะส่งผลกระทบต่อการขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างต่างๆ ที่ควรแล้วเสร็จตามกำหนด รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่อาจไม่เติบโตตามคาดการณ์

“แม้การปล่อยสินเชื่อภาคอสังหาริมทรัพย์และยานยนต์จะชะลอตัวลงในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แต่การลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาคเอกชนที่รับงานจากรัฐบาลต้องเผชิญกับภาวะขาดแคลนแรงงาน หากปัญหานี้ไม่ได้รับการแก้ไขจะส่งผลให้การก่อสร้างไม่เติบโต และกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของวัตถุดิบก่อสร้าง ทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลง จึงมองว่า รัฐบาลควรสนับสนุนให้กระบวนการต่อใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวมีความรวดเร็วขึ้นเพื่อเติมเต็มความต้องการในตลาด” นายสุรพงษ์ กล่าว

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ด้าน ค่าไฟฟ้าโครงสร้างใหม่ ยังเป็นปัจจัยลบที่น่ากังวล โดยมีการกำหนดอัตราค่าไฟที่สูงขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่าขั้นต่ำที่รัฐบาลกำหนดไว้ เบื้องต้นอยู่ที่ 200 หน่วย และเป็นการปรับขึ้นแบบขั้นบันได ซึ่งมาตรการนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายสูงขึ้น นำไปสู่การชะลอตัวของการผลิต และอาจส่งผลย้อนกลับมาทำให้รายได้ของแรงงานลดลงในที่สุด จึงมองว่ารัฐบาลควรมีมาตรการช่วยเหลือออกมาเพิ่มเติม การเตรียมพิจารณาพระราชกฤษฎีกากู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือเยียวยาค่าครองชีพประชาชนเป็นเรื่องที่เหมาะสม แต่เน้นย้ำว่า อยากให้เน้นช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนจากค่าครองชีพสูงเพื่อพยุงอำนาจซื้อที่กำลังถูกกัดเซาะจากปัญหาเงินเฟ้อและรายได้ที่ไม่เพิ่มขึ้นตามรายจ่าย

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะถึงภาครัฐเร่งดำเนินการใน 3 มิติหลักเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ได้แก่ 1.เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุน ของภาครัฐเพื่อให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่มือผู้รับเหมาและกระจายต่อไปยังแรงงานและผู้ขายวัตถุดิบ 2.สร้างบรรยากาศการลงทุน เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กว่า 1 ล้านล้านบาท ให้เกิดการทำสัญญาเริ่มลงทุนจริงภายในปีนี้

Advertisement

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า 3.กระตุ้นภาคการผลิต เพื่อสร้างรายได้ให้กับแรงงานในระบบที่มีกว่า 10 ล้านคน ซึ่งจะส่งผลต่อเนื่องไปยังการบริโภคในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และบริการอื่น อาทิ ร้านอาหารและโรงแรม โดยหากรัฐบาลสามารถเร่งรัดมาตรการเหล่านี้ได้ทันท่วงที จะเป็นการเริ่มต้นสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ทยอยปรับตัวดีขึ้นและป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจทรุดตัวลงไปมากกว่าที่เป็นอยู่