หอการค้า ทำสมุดปกขาวยื่น ‘อนุทิน’ 10 มิ.ย. ดันอีสานฮับการเกษตร-อาหาร ‘ศุภจี’ ปลื้มร่วมเวทีเอเปค ชูไทยฐานผลิตภูมิภาค
เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงาน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ได้มีกำหนดการจัดประชุมประธานหอการค้า 5 ภาค และตัวแทนภาคอุตสาหกรรมต่างๆในเครือข่ายหอการค้าไทย ในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอนักธุรกิจจากหอการค้าไทย 5 ภาค ได้รวบรวมปัญหาและข้อเสนอต่างๆ รวมเป็นข้อเสนอจากหอการค้าไทยและภาคธุรกิจเอสเอ็มอี โดยจัดทำเป็นสมุดปกขาว และนำเสนอในการพบปะหารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ 10 มิถุนายน หลังจากนี้นายอนุทิน ได้พบปะหารือกับผู้บริหารระดับสูง(ซีอีโอ)ใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักของประเทศมาแล้วเมื่อกลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
นายสมชาติ พงคพนาไกร ประธานหอการค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า ขณะนี้หอการค้าแต่ละภาคอยู่ระหว่างการรวบรวมและประชุมภาคกับนักธุรกิจสมาชิกของหอการค้าไทย เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอแนะทำเป็นสมุดปกขาวเสนอนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในการพบครั้งหน้า ต้องยอมรับว่าขณะนี้ธุรกิจเจอปัญหาสะสมหลายด้าน ทั้งกำลังซื้อหดตัวลง รายได้และกำไรการค้าลดลง สวนทางต้นทุนต่างๆสูงขึ้น หนี้ครัวเรือนสูงแต่เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้น้อย เจอการแข่งขันจากสินค้าสำเร็จรูปราคาถูกจากต่างประเทศมาตีตลาด ผู้ประกอบการจึงเจอปัญหารายได้น้อย นานวันขาดทุนและเริ่มขาดสภาพคล่อง
นายสมชาติกล่าวว่า จากที่สำรวจธุรกิจขนาดกลางและย่อมรายได้หายไป 50% ธุรกิจใหญ่ลดลง 25-30% ภาคท่องเที่ยวเจอปัญหาจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมาก ภาคเกษตรเจอปัญหาต้นทุนสูง อีกเรื่องที่กำลังมาคือภัยแล้งและเอลนีโญจนเกิดพายุรุนแรงได้ อาจกระทบต่อการเพาะปลูกในช่วงไตรมาสสาม ต้องลุ้นหลังจากวันที่ 20 สิงหาคมว่าผลผลิตจะเสียหายแค่ไหน หากเจอปัญหาเอลนีโญ หลายเรื่องภาคอีสานเตรียมเสนอรัฐบาล ทั้งการบริหารจัดการน้ำให้ดี เสนอการใช้งบประมาณปี 2570 ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ พร้อมกับต้องวางโครงสร้างและแก้ปัญหาระยะกลางและยาว เราหวังเปลี่ยนอีสานเป็นฮับเกษตรและอาหาร เพราะอีสานมีพื้นที่เพาะปลูกแยะ แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเรื่องลดต้นทุนและเสริมภาพคล่องธุรกิจ สำหรับการปรับตัวของธุรกิจ คงต้องทำ 2 ด้าน ทั้งลดต้นทุนด้วยตนเอง เช่น นำเทคโนโลยีมาใช้ ใช้เอไอเพื่อลดปัญหาแรงงานขาดและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ขณะที่รัฐควรช่วยเหลือลดภาระ ผ่านมาตรการเสริมทักษะ ชะลอการเก็บภาษีต่างๆ เช่น ภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย-สิ่งก่อสร้าง รณรงค์ใช้ของผลิตด้วยคนไทย เพิ่มช่องทางการค้าและหนุนการค้าชุมชน ตอนนี้คงเสนอควิกวินระยะสั้นฟื้นเศรษฐกิจ แง่เศรษฐกิจอีสานยังมองว่าจะขยายตัวได้ 1% ต่ำกว่าภาพรวมเศรษฐกิจประเทศคาดไว้ว่าขยายได้ 1.5%
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หอการค้าทั้ง 5 ภาค ประกอบด้วย ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ ภาคตะวันออก เร่งรวบรวมปัญหาและประชุมย่อยในภาค เพื่อรวบรวมและเดินทางเข้าประชุมในกรุงเทพฯ ช่วง 29-31 พฤษภาคมนี้ เบื้องต้นทุกภาคเน้นทำแผนคลิกวิน สำหรับผลักดันเศรษฐกิจระยะสั้นปี 2569 เน้นลดภาระค่าใช้จ่าย ต้นทุน เข้าถึงแหล่งทุน และสร้างโอกาสการค้า-ลงทุนท้องถิ่น เป็นต้น สำหรับภาคใต้ยังเร่งเตรียมข้อเสนอในการผลักดันการค้า การลงทุน และปลดล็อกปัญหาในช่วงครม.สัญจร ครั้งแรกของครม.อนุทิน 2 กำหนดประชุมวันที่ 8-9 มิถุนายนนี้ จะเป็นแนวทางรองรับแผนรัฐบาลเรื่องลงทุนแลนด์บริจด์ และอุตสาหกรรมอาหาร
ด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การประชุมAPEC Ministers Responsible for Trade Meeting( APEC MRT 2026) หรือการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค จัดระหว่างวันที่ 22–23 พฤษภาคม 2569 ณ เมืองซูโจว มณฑลเจียงซู สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นเวทีการประชุมสำคัญประจำปีของรัฐมนตรีด้านการค้าในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปคปีนี้ มุ่งเน้นหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างเขตเศรษฐกิจรักษาระบบการค้าให้เปิดกว้าง คาดการณ์ได้ และน่าเชื่อถือ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจการค้าโลก เน้นสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัล นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Articial Intelligence : AI) และเทคโนโลยี เศรษฐกิจสีเขียว ในฐานะเครื่องยนต์การค้าสมัยใหม่
นางศุภจีระบุว่า ในเวทีดังกล่าวไทยได้แลกเปลี่ยนความเห็นกับสมาชิกเอเปคอื่นๆ เสนอแนวทางความร่วมมือเป็นรูปธรรม เช่น การลดความแตกต่างของกฎระเบียบระหว่างกัน เพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานยืดหยุ่น เดินหน้ารวมกลุ่มทางเศรษฐกิจให้มากขึ้น ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้และการพัฒนาศักยภาพร่วมกัน เพื่อให้แต่ละสมาชิกเอเปคปรับตัวและรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจได้ตามความพร้อมของตนเอง ไทยพร้อมมีบทบาทสำคัญในสาขาศักยภาพ เช่น ความมั่นคงทางอาหาร เกษตรมูลค่าสูง การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และการเพิ่มขีดความสามารถของSMEs ไทยได้ชูมาตรการภายในประเทศเสริมบทบาทของไทยเป็นฐานการผลิตและโลจิสติกส์ น่าเชื่อถือของภูมิภาค

