หน้าแรก เศรษฐกิจ ดีอี เปิดตัว ...

ดีอี เปิดตัว ‘AI Passport’ เปิดลงทะเบียนมิ.ย.นี้ เคาะ 5 ล้านสิทธิ ดันคนไทยเข้าถึง AI

25.05.26 | 17:44 น.

ดีอี เปิดลงทะเบียน ‘AI Passport’ มิ.ย.นี้ แจกใช้ฟรี 5 ล้านสิทธิ ดันคนไทยเข้าถึง AI เจาะกลุ่ม First Jobber ลดช่องว่างแรงงานยุคใหม่

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการ “AI Passport” ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนด้าน AI Transformation ของรัฐบาล ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนอย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยตั้งเป้าจัดสรรสิทธิใช้งาน AI ฟรีให้คนไทยประมาณ 5 ล้านสิทธิ เพื่อเร่งยกระดับทักษะดิจิทัล ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยี และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของแรงงานไทยในยุคเศรษฐกิจ AI

นายไชยชนก กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม วงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลาใช้งาน 1 ปี โดยรัฐบาลมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการลดต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของประชาชน หลังปัจจุบันบริการ AI ระดับพรีเมียมมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยหลายร้อยบาทต่อเดือน

“จริง ๆ อยากรอเปิดตัวทีเดียว เพราะเดี๋ยวคนจะไม่ตื่นเต้น แต่ต้องเรียนว่าในแพ็กเกจนี้จะมีทั้งไลเซนส์ มีทั้งคอร์สเรียน มีทั้งการสอนใช้งานจากกลุ่มบริษัท AI ระดับโลก ไม่ได้เป็นแค่เหมือนมี AI ไว้คุยเล่นเฉย ๆ แต่เป็นการทำให้คนไทยใช้ AI ทำงานได้จริง” นายไชยชนก กล่าว

เปิด AI Passport พร้อมคอร์สเรียน

นายไชยชนก กล่าวว่า ภายในระบบ AI Passport จะเปิดให้ประชาชนเข้าถึง Generative AI ชั้นนำระดับโลกผ่านแพลตฟอร์มกลางเดียว ทั้ง ChatGPT, Gemini, Claude และ AI จากผู้ให้บริการอีกหลายราย โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะกับลักษณะงานของตนเองได้ผ่านแดชบอร์ดเดียว ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือ

นายไชยชนก กล่าวว่า นอกจากนี้ ภายในระบบยังมีคอร์สเรียนออนไลน์ การสอนใช้งานจริง และระบบรับรองทักษะ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดในการทำงานได้จริง ไม่ใช่เพียงการใช้งานเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

Advertisement

เจาะ First Jobber ลดช่องว่างแรงงานยุคใหม่

นายไชยชนก กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายสำคัญของโครงการ AI Passport คือ First Jobber หรือคนที่เพิ่งเรียนจบและกำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วงที่ AI เข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานอย่างรวดเร็ว เพราะหลายคนเรียนมาในยุคที่ยังไม่มี AI แต่กลับต้องแข่งขันในตลาดงานที่องค์กรเริ่มใช้ AI เป็นมาตรฐานแล้ว พร้อมมองว่า หากรัฐไม่เร่งลดช่องว่างด้านเทคโนโลยี อาจนำไปสู่ “ความเหลื่อมล้ำรูปแบบใหม่” ในตลาดแรงงานไทย โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังเข้าไม่ถึงเครื่องมือและทักษะ AI

นายไชยชนก กล่าวว่า เด็กที่เรียนจบเมื่อ 3-4 ปีก่อน อาจไม่ได้เรียนเรื่อง AI มาเลย แต่พอเข้าสู่ตลาดงานกลับต้องแข่งขันกับคนที่ใช้ AI ทำงานได้ทันที ถ้าเราไม่ช่วยลดช่องว่างตรงนี้ ประเทศจะเกิดความเหลื่อมล้ำใหม่ด้านเทคโนโลยี เบื้องต้นรัฐบาลตั้งใจเปิดให้ประชาชนใช้ฟรีเป็นวงกว้าง แต่กำลังพิจารณาจัดสรรบางส่วนเป็นโควต้าสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น นักศึกษา คนเพิ่งเริ่มทำงาน รวมถึงแรงงานที่ต้องการ Reskill และ Upskill เพื่อให้เข้าถึงเครื่องมือ AI ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

ชี้คุ้ม! ต้นทุนแค่ 27 บาทต่อเดือน

นายไชยชนก กล่าวว่า ทั้งนี้สิทธิใช้งาน 5 ล้านสิทธิจะไม่ใช่สิทธิถาวร หากผู้ได้รับสิทธิไม่เข้าใช้งานภายในระยะเวลาที่กำหนด ระบบจะตัดสิทธิและนำกลับมาจัดสรรใหม่ เพื่อป้องกันการกักสิทธิโดยไม่เกิดประโยชน์ และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการได้มากที่สุด นอกจากนี้ หากผู้ใช้งานต้องการเข้าถึงฟีเจอร์ระดับ Pro หรือความสามารถขั้นสูงของ AI บางประเภท อาจต้องผ่านการเรียนหลักสูตรออนไลน์ตามเงื่อนไขของระบบก่อน จึงจะได้รับโทเคนหรือสิทธิปลดล็อกการใช้งานเพิ่มเติม โดยรัฐบาลต้องการใช้ “การเรียนรู้” เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันการ Reskill และ Upskill ของแรงงานไทย

นายไชยชนก กล่าวว่า สำหรับประเด็นงบประมาณที่หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า หากเทียบกับราคาการใช้งาน AI เชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน ถือว่าโครงการนี้มีความคุ้มค่าสูงมาก เพราะต้นทุนเฉลี่ยต่อผู้ใช้งานอยู่ที่เพียงประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือน ขณะที่บริการ AI ระดับพรีเมียมในตลาดมีค่าใช้จ่าย 700-800 บาทต่อเดือน เพราะฉะนั้นมองว่าโครงการนี้คุ้มค่ามาก ทั้งในมุมเศรษฐกิจและการเตรียมคนของประเทศ

วางรากฐาน Thai LLM ชี้ใช้ฟรีต้องช่วยพัฒนา

นายไชยชนก กล่าวว่า นอกจากการเปิดให้ใช้งาน AI ฟรีแล้ว โครงการ AI Passport ยังมีเป้าหมายระยะยาวในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ของประเทศ โดยเฉพาะการต่อยอดไปสู่การพัฒนา Thai LLM หรือโมเดลภาษาไทย ซึ่งปัจจุบันยังตามหลังต่างประเทศอยู่มาก ซึ่งให้คนไทยใช้งาน AI จำนวนมาก จะช่วยสร้างฐานข้อมูลและพฤติกรรมการใช้งานที่นำไปพัฒนาระบบของไทยต่อได้ แน่นอนว่าต้องอยู่ภายใต้ PDPA และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องเรียนตรง ๆ ว่าถ้าใช้ฟรี ก็จะมีข้อมูลบางส่วนที่ช่วยให้เราพัฒนาระบบได้ แต่จะไม่กระทบข้อมูลส่วนตัวแน่นอน เพราะเราต้องปฏิบัติตาม PDPA อยู่แล้ว เราอยากให้คนไทยได้ใช้ฟรี และช่วยกันพัฒนา ecosystem AI ของประเทศไปพร้อมกัน ทั้งนี้ กระทรวงดีอีคาดว่า โครงการ AI Passport จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการยกระดับ AI Literacy ของประเทศ และช่วยให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือ AI ชั้นนำระดับโลกได้ในต้นทุนต่ำ รองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจและตลาดแรงงานในอนาคต