หน้าแรก เศรษฐกิจ ยังไม่วิกฤต&#...

ยังไม่วิกฤต…แต่เปราะบาง

26.05.26 | 12:42 น.

ยังไม่วิกฤต…แต่เปราะบาง

หนี้สาธารณะไทยกลับมาเป็นประเด็นสำคัญอีกครั้งในปี 2026 หลังรัฐบาลเดินหน้าใช้นโยบายการคลังเพื่อพยุงเศรษฐกิจ อนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน วงเงิน 4 แสนล้านบาท ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะระบุว่า ณ สิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หนี้สาธารณะไทยอยู่ที่ประมาณ 12.6 ล้านล้านบาท หรือราว 66.1% ของ GDP ใกล้กรอบวินัยการคลังที่ 70% มากขึ้น ขณะเดียวกัน ไทยยังขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง และต้องกู้ใหม่เพื่อ rollover หนี้เดิมบางส่วน ทำให้ภาระหนี้เริ่มกลายเป็นข้อจำกัดสำคัญของนโยบายการคลังในระยะต่อไป

ข้อมูลจาก Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ชี้ว่า โจทย์ของรัฐบาลซับซ้อนขึ้น เพราะต้องรักษาสมดุลระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจ การดูแลค่าครองชีพ การรักษาเสถียรภาพการคลัง และการประคองความเชื่อมั่นของตลาดการเงินไปพร้อมกัน ในภาวะที่เศรษฐกิจโตต่ำ เงินเฟ้อจากต้นทุนพลังงานยังเป็นความเสี่ยง และภาระดอกเบี้ยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมชี้ว่าสิ่งที่น่ากังวลคือ หากเกิดวิกฤตใหม่ในอนาคต ไทยอาจมีข้อจำกัดในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าหลายประเทศในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของไทยคือ หนี้สาธารณะเกือบทั้งหมดเป็นหนี้สกุลเงินบาทและกู้ภายในประเทศ ทำให้ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ในระดับต่ำ และลดโอกาสเกิดวิกฤตหนี้ต่างประเทศแบบที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ

แต่ภาระหนี้กำลังกระจุกตัวอยู่ในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศมากขึ้น ทั้งธนาคาร กองทุน บริษัทประกัน และภาคครัวเรือน ขณะเดียวกัน ภาระดอกเบี้ยของภาครัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้งบประมาณบางส่วนถูกใช้ไปกับการจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น และเหลืองบสำหรับการลงทุนระยะยาวน้อยลง

Advertisement

ผลกระทบระยะยาวอาจแตกต่างออกไป หากการกู้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถสร้างผลิตภาพหรือการลงทุนที่ช่วยเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจได้จริง ดังนั้นหนี้ที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินออมของประเทศลดลง อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น การลงทุนภาคเอกชนชะลอลง และสุดท้ายกระทบต่อผลิตภาพแรงงานและการเติบโตระยะยาว

ความเสี่ยงสำคัญคือ หากเศรษฐกิจยังเติบโตต่ำต่อเนื่อง ขณะที่รัฐต้องกู้เพิ่มเพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจ ภาระดอกเบี้ยจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และลดความยืดหยุ่นทางการคลังในอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้นหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ เพราะต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์อาจอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง จะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ การเติบโต และฐานะการคลังไปพร้อมๆ กัน